เปิดเส้นทางพิเศษเรือเฟอรี่จุกเสม็ดทะลุสิงคโปร์

เปิดเส้นทางพิเศษเรือเฟอรี่จุกเสม็ดทะลุสิงคโปร์

กลุ่ม “สยามอีสเทิร์นฯ” รุดพบ “พิชิต อัคราทิตย์” เสนอตัวลงทุนเดินเรือเฟอรี่ 3 เส้นทาง กว่า 1.5 หมื่นล้าน เส้นทางเชื่อมทะเลอ่าวไทยตะวันออก-ตะวันตก พัทยา-หัวหิน บางปู-พัทยาและบางปู-หัวหิน ผนึกกองทัพเรือ-สหวิริยา ทุ่ม 3 พันล้าน เปิดเส้นทางพิเศษรองรับอีอีซี จุกเสม็ด-บางสะพานทะลุมาเลย์-สิงคโปร์ ขนทั้งคน รถและสินค้า

นายพีรพงศ์ ประสพสุขเจริญ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาและวางแผน บริษัท สยามอีสเทิร์นอินดัสเตรียลพาร์ค จำกัด (SEP) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ในวันที่ 20 ม.ค. 2560 นี้ จะเข้าพบนายพิชิต อัคราทิตย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เพื่อนำเสนอแผนลงทุนพัฒนาเส้นทางเดินเรือเฟอรี่ 3 เส้นทาง เงินลงทุน 15,040 ล้านบาท

ประกอบด้วย เส้นทางพัทยา-หัวหิน, บางปู-พัทยา และบางปู-หัวหิน แยกเป็นสร้างท่าเรือเฟอรี่ใหม่ 3 ท่า ที่บางปู จ.สมุทรปราการ, บ้านอำเภอ พัทยา จ.ชลบุรี และปราณบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 9,048 ล้านบาท และซื้อเรือเฟอรี่ 4 ลำ ขนาด 45 นอต วงเงิน 6,000 ล้านบาท จะสามารถรองรับผู้โดยสารได้ 400 คน รถยนต์ 30 คัน และรถจักรยานยนต์ 12 คัน ความเร็ว 80 กม./ชม.

“เราสนใจจะเข้าร่วมประมูลการเดินเรือเฟอรี่เฟสที่ 2 ของกรมเจ้าท่า เพราะเรามีแผนพัฒนาอยู่แล้ว ซึ่งได้ศึกษารายละเอียดโครงการมากว่า 3 ปี ในแต่ละเส้นทางจะเน้นทั้งคนและรถยนต์ ที่ผ่านมาเคยเสนอรายละเอียดโครงการไปที่กรมเจ้าท่าแล้ว ปัจจุบันยังเดินหน้าโครงการตามมาสเตอร์แพลนที่วางไว้ ขณะนี้กำลังปรับปรุงถนนและทางเข้าเพื่อสร้างท่าเรือบางปู บนที่ดิน 300 ไร่ แต่ใช้สร้างท่าเรือ 10 ไร่ ที่เหลือจะพัฒนาเฟสต่อไป”

นายพีรพงศ์กล่าวอีกว่า ทั้งนี้หากโครงการได้รับการอนุมัติ คาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ไตรมาส 1 และ 2 ของปี 2561 เพราะการสร้างท่าเรือและซื้อเรือใช้เวลา 2 ปี คาดว่าจะเดินเรือวันละ 16 เที่ยว ระหว่างพัทยา-ปราณบุรี และวันละ 20 เที่ยว ระหว่างปราณบุรี-บางปู-พัทยา มีผู้โดยสาร 2.8 ล้านคน/ปี ค่าโดยสาร 1,000 บาท/คน/เที่ยว รถยนต์ 3,000 บาท/คัน/เที่ยว

นอกจากนี้บริษัทยังร่วมกับกองทัพเรือและบริษัท ท่าเรือประจวบ จำกัด ธุรกิจท่าเรือในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กสหวิริยา เดินเรือเฟอรี่ขนาดใหญ่ ความเร็วสูงเส้นทางพิเศษจากท่าเรือจุกเสม็ดที่กองทัพเรือกำลังพัฒนาไปยังท่าเรือบางสะพานของสหวิริยา ระยะทางประมาณ 210 กม. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชม. เพื่อเป็นเส้นทางท่องเที่ยวและขนส่งสินค้าจากท่าเรือภาคตะวันออกไปยังภาคใต้

ขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดร่วมกันคาดว่าจะได้ข้อสรุปและลงนามในบันทึกข้อตกลงหรือMOUร่วมกันได้อีก 1-2 เดือนข้างหน้านี้ จากนั้นใช้ระยะเวลาดำเนินการประมาณ 1 ปี คาดว่าจะเปิดเดินเรือได้ภายในสิ้นปีนี้ถึงต้นปี 2561

“โครงการนี้คาดว่าจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1,000 ล้านบาท เราจะลงทุนซื้อเรือและปรับปรุงอาคารผู้โดยสารหรือเทอร์มินอลในท่าเรือที่จุกเสม็ดและบางสะพาน ซึ่งเรือที่จะนำมาบริการนี้จะเป็นเรือขนาดใหญ่ใช้ขนได้ทั้งคน รถเก๋ง กระบะ รถบรรทุกและสินค้าต่าง ๆ ที่จะลงไปยังภาคใต้หรือขนจากภาคใต้ขึ้นมาที่กรุงเทพฯ และระยอง จะช่วยย่นระยะเวลาการเดินทางและขนส่งสินค้าได้หลายเท่าตัว” นายพีรพงศ์กล่าวและว่า

สำหรับการเดินเรือเส้นทางพิเศษนี้ เกิดขึ้นเพื่อรองรับการพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีอีซีที่รัฐบาลมีนโยบายดำเนินการในขณะนี้ทั้งนี้ในอนาคตจะเปิดเดินเรือสำราญไปถึงประเทศสิงคโปร์อยู่ระหว่างหารือร่วมกับนักลงทุนจากประเทศสิงคโปร์ที่สนใจจะร่วมลงทุนด้วย และสำรวจเส้นทางเพื่อกำหนดจุดแวะพัก ในเบื้องต้นคาดว่าจะมีที่ดอนสัก จ.สุราษฎร์ธานี สงขลา ไปมาเลเซียและสิงคโปร์ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 วัน คาดว่าจะใช้เงินลงทุนทั้งโครงการประมาณ 2,000-3,000 ล้านบาท

ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1484738932