“ลาว” ตั้งเป้า 2020 ศูนย์กลาง Logistics ทางบกอาเซียน

ไม่ติดทะเลก็ไม่ใช่ปัญหา “ลาว” ผลิกกระดานการค้า ชูนโยบาย “Land Locked” สู่ “Land Link” ภายใน 2020 “สปป.ลาว” ถูกเรียกว่า “Land Locked” หมายความว่า ลักษณะภูมิประเทศของสปป.ลาวไม่มีทางออกสู่ทะเล ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนั้นสามารถพัฒนาโลจิสติกส์ทางบกและทางทะเล ส่งผลให้ที่ผ่านมาประเทศลาวได้พยายามเน้นความสำคัญในการพัฒนาคมนาคมการขนส่งทางบก และกลายเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจที่สุด รัฐบาลลาวพัฒนาจุดกระจายสินค้าทางบกครอบคลุมทั่วประเทศ และกลายเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวถึงปี 2020 ซึ่งเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศจากนโยบาย “Land Locked” ให้เป็น “Land Link” ดึงจุดเด่นด้านการคมนาคมขนส่งทางบก นำไปสู่ประเทศแห่งศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าที่สำคัญของภูมิภาค กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ของสปป. ลาว ได้เริ่มจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์การขนส่งของประเทศหลังจากที่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยท่าเรือบก (Dry Port) โดยมุ้งเน้นให้สปป.ลาว เป็นบริการสำหรับศูนย์กลางกระจายสินค้าของภูมิภาค (Transit Services or Logistics Hub) สำหรับพื้นที่นำร่องตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวถึง 2020 มีด้วยกัน 9 จุด ประกอบด้วย…

ศูนย์ขนส่งเชียงของ ฮับโลจิสติกส์ซิตี้

โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าเชียงของ เป็นหนึ่งในโครงการแอ็กชั่นแพลนปี 2560 ของกระทรวงคมนาคม หวังยกระดับมาตรฐานการขนส่งสินค้าขานรับการขยายตัวของเศรษฐกิจอาเซียนและจีน เป็นอีกหัวใจสำคัญในการแปลงโฉม จ.เชียงราย ให้เป็นโลจิสติกส์ซิตี้ของภูมิภาค พัฒนาให้เป็นประตูการค้าในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ขณะที่เส้นทางดังกล่าวเชื่อมโยงการขนส่งจากภาคกลางเข้าสู่จีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A จากคุนหมิง (จีน)-บ่อหาน (จีน)-บ่อเต็น (ลาว)-ห้วยทราย (ลาว)-เชียงของ (เชียงราย) เชื่อมต่อเข้าสู่ภาคกลางด้วยระบบรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เชื่อมต่อสายเด่นชัย-ปากน้ำโพ และรถไฟทางคู่เส้นทางปากน้ำโพ-ลพบุรี สำหรับโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าเชียงของมีพื้นที่ทั้งหมด 330 ไร่ แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ระยะ และคาดว่ารูปแบบการลงทุนจะเป็นแบบร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (พีพีพี) ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี ซึ่งนักวิชาการโลจิสติกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าในพื้นที่ได้ถึง 140% ภายในระยะเวลา 20 ปี หรือเพิ่มเป็น 1.95 แสนทีอียู จากปัจจุบันอยู่ที่ 8.1 หมื่นทีอียู กมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการเวนคืนพื้นที่ครบแล้ว และได้รับอนุมัติงบประมาณค่าก่อสร้างระยะแรกแล้ว 1,406 ล้านบาท…