ถึงแล้ว! รถไฟขนสินค้าจีน 18 วัน ถึงลอนดอนแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า รถไฟบรรทุกสินค้าของจีนที่มีจุดหมายปลายทางคือสหราชอาณาจักร เดินทางถึงลอนดอนแล้ว เมื่อวันพุธที่ 18 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา โดยใช้เวลามากกว่า 2 สัปดาห์ หลังจากเดินทางออกจากสถานีที่เมืองอี้อู มณฑลเจ้อเจียง ซึ่งเป็นระยะทางราว 8,000 ไมล์ (ราว 12,800 กิโลเมตร) ริชาร์ด ดับท์ไฟร์ ผู้อำนวยการทางเรือที่หน่วยบริการจัดส่งสินค้าบรูเนล หนึ่งในสองบริษัทจากสหราชอาณาจักรที่ได้มาจัดการโลจิสติกส์ครั้งนี้ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวเป้นความหวังที่จะสร้างความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างจีนและสหราชอาณาจักร รถไฟดังกล่าวของจีนเดินทางจากเมืองอี้อูตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560 ที่ผ่านมา โดยผ่านประเทศคาซัคสถาน, รัสเซีย, เบลารุส, โปแลนด์, เยอรมนี, เบลเยียม และฝรั่งเศส โดยจะมีการเปลี่ยนหัวรถจักรไปตามรางรถไฟท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ทำให้ใช้เวลาถึง 18 วัน เพื่อที่จะเดินทางเข้าสหราชอาณาจักร โดยรถไฟดังกล่าวบรรทุกตู้คอนเทนเนอร์มาถึง 34 ตู้ ซึ่งประกอบไปด้วยสินค้าต่างๆ ทั้งเสื้อผ้า, รองเท้า, กระเป๋าเดินทาง และสินค้าอื่นๆ ที่ผลิตจากจีน ซึ่งการให้บริการจะเหมือนกับเส้นทางรถไฟจากจีนไปเยอรมนีและสเปน…

′จีน′ รุกเส้นทางสายไหม เปิดรถไฟขนสินค้าตรงไปยัง ′ลอนดอน′ ครั้งแรก

สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า ประเทศจีนได้เปิดตัวบริการขนส่งสินค้าทางรถไฟตรงไปยังกรุงลอนดอนแล้ว ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาการค้าและการลงทุนความสัมพันธ์กับยุโรป รถไฟจีนให้บริการวิ่งขนส่งระหว่างจีนและเมื่ออื่นๆในยุโรปรวมถึงเมืองมาดริดและฮัมบูร์กด้วยโดยจะใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 2 สัปดาห์ ในการเดินทางระยะ 1.2 หมื่นไมล์ ส่วนของที่ใช้บริการขนส่งนั้นจะเป็นพวกเสื้อผ้า กระเป๋า รวมถึงเครื่องใช้ในครัวเรือนอืนๆ ด้วย ซึ่งการขนส่งทางรถไฟนี้มีความได้เปรียบการขนส่งทางอากาศในเรื่องของ ราคาที่ถูกกว่า และใช้เวลาขนส่งเร็วกว่าการขนส่งทางทะเล โดยการขนส่งทางรถไฟนี้จะผ่านคาซัคสถาน, รัสเซีย, เบลารุส, โปแลนด์, เยอรมัน เบลเยี่ยม และฝรั่งเศส ก่อนที่จะมาถึงสถานีขนส่งในลอนดอนตะวันออก ซึ่งเป็นที่เชื่อมต่อโดยตรงกับรถไฟฟ้าความเร็วสูงที่ไปยังยุโรปแผ่นดินใหญ่ การเริ่มโครงการขนส่งนี้ระหว่างจีนและยุโรปเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาศาตร์ของประธานาธิบดีสีจิ้นผิงในปี2013ที่ต้องการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐานเส้นทางสายไหมการค้ากับยุโรป ทั้งนี้ลอนดอน เป็นเมืองที่ 15 ที่จะเข้าร่วมทำการค้ากับรัฐบาลจีน ตามเส้นทางสายไหมใหม่ (New Silk Route) อย่างไรก็ตามรัฐบาลจีนกระตือรือร้นที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจในการเผชิญหน้ากับการชะลอตัวของการส่งออกและการเติบโตทางเศรษฐกิจด้วย