โลจิสติกส์ไทย เตรียมก้าวสู่ 4.0 ได้อย่างไร

การแข่งขันทางภาคธุรกิจได้ยกระดับจากการแข่งขันในระดับหน่วยธุรกิจหรือบริษัท ไปสู่ การแข่งขันในระดับห่วงโซ่อุปทาน หรือว่ากันทั้งระบบ โดยเฉพาะผู้ประกอบการค้า ที่ค้าขายกันข้ามชาติ ที่ต้องการจะพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของตน จะต้องไม่มองเพียงแค่กิจกรรมต่างๆ ภายในสถานประกอบการของตนเองเท่านั้น แต่จะต้องมองถึงปัจจัยและกิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน อีกด้วย ทั้งห่วงโซ่อุปทาน มีอะไรกันบ้างล่ะ มองกันง่ายๆ อาทิ ต้นทุนในการผลิต, ประสิทธิภาพในการผลิต และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาการค้าและการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีต้นทุนการผลิตและการจัดส่งสินค้าที่ต่ำลง เป็นไปได้ไหม เป็นไปได้อย่างไรกัน ลองมาไขกุญแจสำคัญในการนำธุรกิจไปสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยกัน ดังนั้น การบริหารงานและจัดการด้านโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในแนวทางหลักที่เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยภาคธุรกิจมีแนวโน้มที่จะมอบหมายหรือเลือกใช้บริการงานด้านโลจิสติกส์ต่างๆ ที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญน้อยกว่า หรือมีต้นทุนในการดำเนินการสูงกว่าไปให้แก่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ภายนอก (Logistics Service Provider: LSP) ซึ่งมีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำกว่า และมีประสิทธิภาพดีกว่าที่จะดำเนินการด้วยตนเอง พูดกันง่ายๆ คือ แบ่งงานที่เพื่อนถนัดและทำได้ดีกว่าเราไปให้เขาทำ แต่ พบว่า ประเทศไทยยังไม่มีการจัดแบ่งประเภทของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ออกมาอย่างชัดเจน และยังไม่มีการกำหนดเครื่องมือที่จะบ่งชี้ความชำนาญของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักธุรกิจบริการและโลจิสติกส์การค้า ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง…