‘บิ๊กบี้’ยกระดับแรงงาน9.9แสนหนุนท่องเที่ยว-โลจิสติกส์

"บิ๊กบี้ เผย เตรียมแผนพัฒนากำลังคน 5 ปี ใน 17 จังหวัดภาคเหนือ กว่า 9.9 แสนคน รองรับความต้องการของตลาด ด้านท่องเที่ยว-โลจิสติกส์ เมื่อวันที่ 31 ส.ค. พล.อ. ศิริชัย ดิษฐกุล รมว. แรงงาน เปิดเผยว่า กพร. กำหนดให้ปี 2560 เป็นปีแห่งการเพิ่มผลิตภาพแรงงานสู่ไทยแลนด์ 4.0 เพื่อเพิ่มศักยภาพแรงงาน ให้ได้มาตรฐานเป็นที่ยอมรับและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยยกระดับสถาบัน 12 แห่งนำร่องเป็นสถาบันเทคโนโลยีชั้นสูง กระจายทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ สำหรับในเขตภาคเหนือมีสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเชียงใหม่ และสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานนานาชาติเชียงแสน ได้รับการยกระดับให้เป็นสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานเทคโนโลยีชั้นสูง โดยเชียงใหม่ มีจุดเน้นด้านดิจิตอล ท่องเที่ยวและบริการ เมคาทรอนิกส์และออโตเมชัน ส่วนนานาชาติเชียงแสน มีจุดเน้นด้านโลจิสติกส์ ท่องเที่ยวและบริการ นอกจากนี้แล้ว จังหวัดอื่นๆ ในเขตภาคเหนือส่วนใหญ่มียุทธศาสตร์ของจังหวัดที่กำหนดแผนพัฒนากำลังคนเน้นด้านการท่องเที่ยวและโลจิสติกส์เช่นกัน ดังนั้น กพร.จึงรวบรวมแผนการพัฒนากำลังคนในเขตภาคเหนือทั้ง 17 จังหวัด…

กรมพัฒน์ฯ เร่งพัฒนาผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยให้ได้มาตรฐานสากล

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า เร่งพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทยให้ได้มาตรฐานทัดเทียมสากล รับมือผู้ให้บริการโลจิสติกส์ต่างชาติรุกคืบขยายธุรกิจสู่ประเทศไทย มั่นใจผู้ประกอบการที่มีศักยภาพและได้มาตรฐานจะอยู่รอดท่ามกลางการแข่งขันที่ทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้น นางสาวบรรจงจิตต์ อังศุสิงห์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ต่างชาติรุกคืบเข้ามาประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ในประเทศไทยกันมากขึ้น ผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทยจึงต้องเร่งปรับตัวเพื่อรองรับการแข่งขันที่จะทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น ซึ่งหากผู้ให้บริการโลจิสติกส์ของไทยไม่พัฒนาศักยภาพมาตรฐานการให้บริการให้ทัดเทียมระดับสากล อาจสูญเสียความสามารถทางการแข่งขันในที่สุด กรมฯ ตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้มาโดยตลอด จึงได้กำหนดนโยบายการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจโลจิสติกส์อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเร่งผลักดันและส่งเสริมให้ผู้ประกอบธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ของไทยดำเนินการพัฒนาธุรกิจให้มีความเข้มแข็ง มีศักยภาพมาตรฐานทัดเทียมสากล สามารถแข่งขันได้ในเวทีการค้าเสรีอย่างยั่งยืน จึงได้จัดทำโครงการยกระดับคุณภาพการบริหารจัดการธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์สู่มาตรฐานสากล ISO ขึ้น โดยที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน กรมฯ ได้ส่งเสริมให้ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ของไทยผ่านการรับรองมาตรฐานแล้วจำนวนทั้งสิ้น 508 ราย ซึ่งในปี 2560 นี้ มีธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO และได้รับโล่ประกาศเกียรติคุณจากกรมฯ จำนวน 68 ราย โดยกรมฯ จะจัดพิธีมอบโล่ฯ ให้แก่ธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์ที่ผ่านการรับรองมาตรฐาน ISO 9001 ในวันจันทร์ที่ 11 ก.ย.60 ณ ห้องบุรฉัตรไชยากร ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ การยกระดับธุรกิจให้บริการโลจิสติกส์สู่มาตรฐานสากล ISO…

สนข.เดินหน้าทางคู่เด่นชัย-เชียงใหม่ ทุ่ม 6 หมื่นล.ยกระดับโลจิสติกส์ภาคเหนือ

สนข. โชว์ผลศึกษารถไฟทางคู่เด่นชัย-เชียงใหม่ ทุ่มงบกว่า 6 หมื่นล้าน ยกระดับคมนาคมขนส่ง-โลจิสติกส์-ท่องเที่ยว ขับเคลื่อนสู่ผู้นำของอาเซียน นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่า สนข.จัดการสัมมนารับฟังความคิดเห็นของประชาชน ครั้งที่ 4 โครงการศึกษาและออกแบบรถไฟทางคู่ ช่วงเด่นชัย–เชียงใหม่ เพื่อนำเสนอผลสรุปแนวเส้นทางโครงการที่เหมาะสม รูปแบบโครงสร้างทางรถไฟ ความคุ้มค่าและประโยชน์ของโครงการ การเวนคืนที่ดินและผลกระทบสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาค โดยการสัมมนาครั้งนี้ได้นำเสนอผลสรุปแนวเส้นทางที่เหมาะสม ระยะทางรวม 189 กิโลเมตร แบ่งเป็น 2 ช่วง คือ ช่วงเด่นชัย –ลำปาง ระยะทางประมาณ 104 กิโลเมตร เป็นการสร้างทางรถไฟคู่ไปกับแนวเขตทางเดิม พร้อมปรับรัศมีโค้งของทางรถไฟเดิม เพื่อให้รถไฟสามารถวิ่งได้เร็วขึ้น โดยสามารถใช้ความเร็วได้สูงสุด 120 กม./ชม. และ ช่วงลำปาง –เชียงใหม่ ระยะทางประมาณ 85 กิโลเมตร เป็นการก่อสร้างทางคู่ขนานในแนวเขตทางเดิมบางส่วนและตัดแนวทางรถไฟใหม่บางส่วน เพื่อให้เป็นแนวเส้นตรงมากที่สุด โดยสามารถทำความเร็วสูงสุดได้ถึง…

อิเหนาปรับโลจิสติกส์

อินโดนีเซียเปิดให้ธุรกิจใช้คลังสินค้าร่วม หวังลดค่าใช้จ่ายการโลจิสติกส์ สู้ประเทศเพื่อนบ้าน ประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย เป็นประธานเปิดตัวโครงการศูนย์โลจิสติกส์ให้ธุรกิจใช้คลังสินค้าร่วมกัน เมื่อวันที่ 10 มี.ค.ที่ผ่านมา เพื่อเพิ่มศักยภาพทางการแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านการลดค่าใช้จ่ายด้านโลจิสติกส์และการขนส่งสินค้าทั่วประเทศ “รัฐบาลต้องการลดค่าใช้จ่ายในกระบวนการขนส่ง และโลจิสติกส์ของอินโดนีเซียให้เท่ากับในประเทศเพื่อนบ้าน หรือในระดับใกล้เคียงกัน เพราะหากเราไม่สนใจทำเรื่องนี้ก็ไม่มีทางที่จะสามารถแข่งขันได้ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายส่วนนี้ของอินโดนีเซียสูงกว่าในสิงคโปร์ถึง 2.5 เท่า” ประธานาธิบดีโจโก กล่าว ทั้งนี้ รายงานชี้วัดความสามารถด้านโลจิสติกส์ของธนาคารโลก (เวิลด์แบงก์) เปิดเผยว่า ความสามารถด้านโลจิสติกส์ของอินโดนีเซียอยู่ในลำดับที่ 53 ต่ำกว่าเพื่อนบ้านในอาเซียนอย่างมาเลเซีย ไทย และสิงคโปร์ ด้านกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ได้ให้ใบอนุญาตแก่บริษัท 11 แห่ง สำหรับดำเนินการก่อตั้งและจัดการ แวร์เฮาส์-แชร์ริ่ง หรือศูนย์โลจิสติกส์ โดยมีทั้งบริษัทต่างชาติและบริษัทอินโดฯ ที่ได้ใบรับอนุญาต ได้แก่ หน่วยงานของผู้ผลิตรถยนต์โตโยต้าโวพัค บริษัทโลจิสติกส์จากเนเธอร์แลนด์ อจิลิตี้ บริษัทโลจิสติกส์จากคูเวต และ ปิโตรซี บริษัทด้านพลังงานของอินโดนีเซีย นายบัมบัง…

“ลาว” ตั้งเป้า 2020 ศูนย์กลาง Logistics ทางบกอาเซียน

ไม่ติดทะเลก็ไม่ใช่ปัญหา “ลาว” ผลิกกระดานการค้า ชูนโยบาย “Land Locked” สู่ “Land Link” ภายใน 2020 “สปป.ลาว” ถูกเรียกว่า “Land Locked” หมายความว่า ลักษณะภูมิประเทศของสปป.ลาวไม่มีทางออกสู่ทะเล ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนั้นสามารถพัฒนาโลจิสติกส์ทางบกและทางทะเล ส่งผลให้ที่ผ่านมาประเทศลาวได้พยายามเน้นความสำคัญในการพัฒนาคมนาคมการขนส่งทางบก และกลายเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจที่สุด รัฐบาลลาวพัฒนาจุดกระจายสินค้าทางบกครอบคลุมทั่วประเทศ และกลายเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวถึงปี 2020 ซึ่งเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศจากนโยบาย “Land Locked” ให้เป็น “Land Link” ดึงจุดเด่นด้านการคมนาคมขนส่งทางบก นำไปสู่ประเทศแห่งศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าที่สำคัญของภูมิภาค กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ของสปป. ลาว ได้เริ่มจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์การขนส่งของประเทศหลังจากที่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยท่าเรือบก (Dry Port) โดยมุ้งเน้นให้สปป.ลาว เป็นบริการสำหรับศูนย์กลางกระจายสินค้าของภูมิภาค (Transit Services or Logistics Hub) สำหรับพื้นที่นำร่องตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวถึง 2020 มีด้วยกัน 9 จุด ประกอบด้วย…

โลจิสติกส์ไทย เตรียมก้าวสู่ 4.0 ได้อย่างไร

การแข่งขันทางภาคธุรกิจได้ยกระดับจากการแข่งขันในระดับหน่วยธุรกิจหรือบริษัท ไปสู่ การแข่งขันในระดับห่วงโซ่อุปทาน หรือว่ากันทั้งระบบ โดยเฉพาะผู้ประกอบการค้า ที่ค้าขายกันข้ามชาติ ที่ต้องการจะพัฒนาความสามารถในการแข่งขันของตน จะต้องไม่มองเพียงแค่กิจกรรมต่างๆ ภายในสถานประกอบการของตนเองเท่านั้น แต่จะต้องมองถึงปัจจัยและกิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบตลอดทั้งห่วงโซ่อุปทาน อีกด้วย ทั้งห่วงโซ่อุปทาน มีอะไรกันบ้างล่ะ มองกันง่ายๆ อาทิ ต้นทุนในการผลิต, ประสิทธิภาพในการผลิต และความสามารถในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาการค้าและการดำเนินธุรกิจให้มีประสิทธิภาพสูงสุด โดยมีต้นทุนการผลิตและการจัดส่งสินค้าที่ต่ำลง เป็นไปได้ไหม เป็นไปได้อย่างไรกัน ลองมาไขกุญแจสำคัญในการนำธุรกิจไปสู่ความเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ด้วยกัน ดังนั้น การบริหารงานและจัดการด้านโลจิสติกส์เป็นหนึ่งในแนวทางหลักที่เป็นเป้าหมายในการพัฒนาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน โดยภาคธุรกิจมีแนวโน้มที่จะมอบหมายหรือเลือกใช้บริการงานด้านโลจิสติกส์ต่างๆ ที่ตนเองมีความเชี่ยวชาญน้อยกว่า หรือมีต้นทุนในการดำเนินการสูงกว่าไปให้แก่ผู้ให้บริการด้านโลจิสติกส์ภายนอก (Logistics Service Provider: LSP) ซึ่งมีต้นทุนในการดำเนินงานที่ต่ำกว่า และมีประสิทธิภาพดีกว่าที่จะดำเนินการด้วยตนเอง พูดกันง่ายๆ คือ แบ่งงานที่เพื่อนถนัดและทำได้ดีกว่าเราไปให้เขาทำ แต่ พบว่า ประเทศไทยยังไม่มีการจัดแบ่งประเภทของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ออกมาอย่างชัดเจน และยังไม่มีการกำหนดเครื่องมือที่จะบ่งชี้ความชำนาญของผู้ให้บริการโลจิสติกส์ (LSP) ทั้งนี้ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักธุรกิจบริการและโลจิสติกส์การค้า ที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง…

วช.พัฒนาระบบโลจิสติกส์สาธารณสุข

ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง รักษาราชการแทนเลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) เปิดเผยว่า วช.ลงนามความร่วมมือด้านวิชาการและการวิจัยด้านการศึกษาวิจัย เพื่อออกแบบและพัฒนาระบบโลจิสติกส์โครงสร้างพื้นฐาน และระบบบูรณาการข้อมูลสารสนเทศและแนวทางการริเริ่ม Big Data ด้านสาธารณสุขสำหรับเศรษฐกิจดิจิทัลประเทศไทยกับกระทรวงสาธารณสุข มหาวิทยาลัยมหิดลและสมาคมเภสัชกรรมโรงพยาบาล (ประเทศไทย) เนื่องจากประเทศไทยมีการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ในลักษณะต่างฝ่ายต่างทำ ขาดการบูรณาการข้อมูลร่วมกัน ทำให้มีต้นทุนที่ค่อนข้างสูง ดังนั้น หากเชื่อมโยงฐานข้อมูลให้เป็นระบบเดียวกันในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ จะช่วยลดค่าใช้จ่ายการบริหารจัดการยาและเวชภัณฑ์ ลดความผิดพลาดจากการจ่ายยา สามารถตรวจสอบได้ วช.ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลทิศทางงานวิจัยของชาติ จึงสนับสนุนทุนวิจัยโครงการ โดยร่วมกับ 3 หน่วยงานดังกล่าวพัฒนาระบบโลจิสติกส์สาธารณสุข เพื่อให้ได้งานวิจัยที่ตรงเป้าหมาย มีคุณภาพ เป็นประโยชน์ต่อประชาชนและประเทศชาติ นพ.สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. กล่าวว่า ความร่วมมือครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า งานวิจัยสามารถนำไปใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรม เช่น ช่วยให้ทราบเรื่องคลังเก็บสำรองยา การจ่ายยาให้คนป่วย เป็นต้น ซึ่งเป็นการบูรณาการฐานข้อมูลร่วมกัน การทำงานเช่นนี้ต้องมีนักวิจัย วิศวกร เภสัชกร และแพทย์จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมกันจัดทำระบบ และเมื่อสำเร็จก็จะนำประเทศ ไทยไปสู่เศรษฐกิจยุคดิจิทัล หรือ 4.0 หมายถึงการใช้รูปแบบอิเล็กทรอนิกส์มาพัฒนาระบบเศรษฐกิจ…