เตือนรัฐแล้วไม่ฟัง! ผู้ส่งออกจีนรวมหัวกดราคาซื้อมันเส้นไทย

เตือนรัฐแล้วไม่ฟัง! ผู้ส่งออกจีนรวมหัวกดราคาซื้อมันเส้นไทย

จี้รัฐสกัด 5 เสือส่งออกจีนฮุบตลาดมันเส้น กดราคาชาวไร่สุดต่ำ เหลือ กก.ละ 1.50 บาท ผู้ส่งออกมันเส้นไทยโอดเจอกระทบ 3 เด้ง แข่งเดือนบริษัทจีน-ฝนตกเชื้อแป้งต่ำ-รัฐบี้เช็กสต๊อกส่งออกมันเส้น 1 ต่อ 1.5 ดันต้นทุนพุ่ง

สืบเนื่องจากที่ “ประชาชาติธุรกิจ” ได้ลงข่าวเรื่อง “จับตา 5 เสือบริษัทจีน แห่ลงทุนตั้งบริษัทส่งออกมันเส้นในประเทศไทย ทั้งตั้งราคารับซื้อเอง ราคาส่งออก ส่งเข้าโรงงานหรือเทกองขายเบ็ดเสร็จ” เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2560 เกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามันภายในประเทศว่า ตลาดมันเส้นแทบจะตกอยู่ในกำมือผู้ซื้อชาวจีน โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ปรากฏบริษัทผู้ส่งออกมันสำปะหลังไทยที่มีผู้ถือหุ้นถือสัญชาติจีนเข้ามาตั้งบริษัทนิติบุคคลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาตั้งบริษัท เช่าโกดังเป็นผู้ส่งออกเสียเอง โดยมีเป้าหมายต้องซื้อวัตถุดิบให้ได้ราคาต่ำที่สุด เพื่อส่งออกไปให้บริษัทแม่แข่งขันกับผู้ประกอบการไทยและได้แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาลไปแล้วตั้งแต่ปลายปี่ที่ผ่านมา

แหล่งข่าวจากวงการค้ามันสำปะหลัง เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ล่าสุดพบราคาส่งออกมันเส้นไปตลาดจีนมีความผิดปกติ เพราะปีนี้ระดับราคาแอลกอฮอล์ในประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้นไปถึงตันละ 5,000 หยวน จากปีก่อนที่อยู่ประมาณตันละ 4,500 หยวน แต่จีนกลับรับซื้อมันเส้นราคาต่ำ ทั้งที่ราคาส่งออกมันเส้นควรจะเพิ่มขึ้นจากก่อนหน้านี้ 175 เหรียญสหรัฐกลับลดลงหรือเพียง 160 เหรียญสหรัฐ

“ขณะนี้ธุรกิจส่งออกมันเส้นถือว่าผีซ้ำด้ามพลอย เพราะ 1) ต้องแข่งขันกับบริษัทจีนอย่างหนัก 2)ปัญหาช่วงต้นปีมีฝนตก มันสำปะหลังคุณภาพต่ำลง และ 3)ยังมีปัญหาต้นทุนเพิ่มขึ้นจากการกำหนดนโยบายเพิ่มการเก็บสต๊อกมันสำปะหลัง 1 ต่อ 1.5 เท่ากับว่า ผู้ประกอบการจะต้องหาเงินทุนมาซื้อสินค้ามากขึ้นในการเก็บสต๊อกมันเส้น เพื่อจะได้ส่งออก และหากราคามันเส้นลดลง ส่งผลกระทบต่อราคาสินค้าที่เก็บสต๊อกไว้อีกด้วย แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเหตุใด รัฐบาลไม่ใช้มาตรการเช็กสต๊อก 1 ต่อ 1.5 กับธุรกิจแป้งมันบ้าง”

แหล่งข่าวระบุว่า ราคาแป้งมันสำปะหลังในปีนี้อยู่ที่ตันละ 320 เหรียญสหรัฐ หากคูณอัตราแลกเปลี่ยน 35.50 บาท เท่ากับราคาต้นทุนมันเส้นอยู่ที่ กก.ละ 10.50 บาท และการผลิตแป้ง 1 กิโลกรัม จะใช้หัวมันสำปะหลัง 4 กิโลกรัม หากราคาหัวมันเชื้อแป้ง 25% ราคากก.ละ 1.50-1.60 บาทเท่ากับต้นทุนราคาหัวมันอยู่ที่ 6 บาทและบวกกับค่าใช้จ่ายในการผลิต ประมาณ กก.ละ 2.80-3.00 บาท เฉลี่ยต้นทุนแป้งที่ กก.ละ 9 บาท แต่มาอ้างว่าจีนไม่ซื้อ เพื่อเป็นเหตุผลในการกดราคารับซื้อมันสำปะหลัง ทั้งที่มีสัดส่วนกำไรถึง กก.ละ 1 บาท ซึ่งถือว่าสูงมาก

สำหรับปริมาณการผลิตและการใช้มันสำปะหลังไทยปี 2560 คาดว่าจะมีผลผลิตราว 30 ล้านตันหัวมันสด ซึ่งแบ่งเป็นการใช้เพื่อการผลิตแป้งมัน 18 ล้านตัน เอทานอล 4-5 ล้านตัน และมันเส้น 6-7 ล้านตัน ซึ่งไม่เพียงพอจำเป็นต้องนำเข้ามันสำปะหลังจากประเทศเพื่อนบ้านถึง 50% หรือราว 3-4 ล้านตัน

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 60 กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โดยสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ เมืองเจนไน จะนำคณะผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังจากอินเดีย 5 บริษัท มาเจรจาสั่งซื้อผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังจากผู้ผลิตและผู้ส่งออกไทย เพื่อยกระดับราคามันสำปะหลังของประเทศ ซึ่งเป็นช่วงที่มีมันสำปะหลังออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก คาดว่าจะมีการเจรจาการค้าสร้างมูลค่าการส่งออกได้ไม่ต่ำกว่า 1 ล้านเหรียญสหรัฐ

ทั้งนี้ คณะผู้แทนการค้าจากอินเดียที่เดินทางมาในครั้งนี้ ประกอบด้วย บริษัท SPAC Starch Products India Ltd. ผู้ผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังรายใหญ่ที่สุดในอินเดีย บริษัท Venkatrayar Sago Factory ผู้ผลิตและจำหน่ายสาคูรายใหญ่อันดับ 2 ของอินเดีย บริษัท SBM Starch Ltd. ผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังและสาคูในอินเดียใต้ บริษัท SreeNarrayanagiriSyarch Industries ผู้ผลิตแป้งมันสำปะหลังและสาคูในรัฐทมิฬนาฑู และบริษัท Sun Sago Traders ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังและสาคูในอินเดีย

ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1486310845