เขมรเทปลาประท้วงศุลกากรหน้าด่านโรงเกลือ!!

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุประท้่วงและเทปลาจำนวนมาก ที่บริเวณกลางสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก-ปอยเปต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรอรัญประเทศ และด่านตรวจสัตว์น้ำ จ.สระแก้ว ได้เข้มงวดการนำเข้าปลาสดจากประเทศกัมพูชาของผู้ประกอบการ ที่จะนำปลาเข้ามาในประเทศไทย ต้องนำปลาทั้งหมดเสียภาษีเต็มจำนวนน้ำหนักจริง กิโลกรัมละ 12 บาท หลังจากพบว่า ผู้ประกอบการแจ้งน้ำหนักไม่ตรงกับจำนวนน้ำหนักจริง ทำให้ผู้ประกอบการไม่พอใจ นำรถเข็นปลาและคนงานกว่า 100 คน มาปิดสะพานและเทปลาดังกล่าว สร้างความเดือนร้อนให้ผู้ประกอบการรายอื่น และการจราจรติดขัดอย่างมาก โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 ร้อย.ทพ.1201 ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรอรัญประเทศ และ ด่านตรวจสัตว์น้ำ จ.สระแก้ว ซึ่งพบว่า การออกมาประชาสัมพันธ์และเข้มงวดกับผู้ประกอบการครั้งนี้ เนื่องจากมีการจ่ายเก็บภาษีไม่ตรงกับน้ำหนักจริง เพราะผู้ประกอบการแจ้งน้ำหนักไม่ตรงกับจำนวนน้ำหนักจริงที่นำเข้า ซึ่งรถเข็นปลา 1 คัน มีน้ำหนักปลารวมประมารณ 160-170 กิโลกรัม แต่ผู้ประกอบการ แจ้งน้ำหนักเพื่อเสียภาษีแค่ 100…

สัมภาษณ์คุณ จุฑานุช ชุมมานนท์ ผู้บริหารบริษัท RTN Logistics

สัมภาษณ์พูดคุยแบบเป็นกันเอง กับ คุณ จุฑานุช ชุมมานนท์ ผู้บริหารบริษัท RTN Logistics และนายกสมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออก ในรายการ The Spy Man Show เมื่อวันจันทร์ที่ 6 ก.พ. 2560 ที่ผ่านมา https://youtu.be/pE_cxnkF2GU

โชว์หลักฐานรถเมล์สัญชาติจีน กรมศุลกากรซัดชัดๆยกเข้ามาทั้งคัน

ศุลกากรสวนกลับ โชว์ภาพรถเมล์เอ็นจีวี หลักฐานชัดนำเข้าจากจีนทั้งคัน ไม่มีการประกอบในมาเลเซีย จึงไม่มีสิทธิ์ยกเว้นภาษีแน่นอน ด้าน ขสมก.เตรียมส่งหนังสือบอกเลิกสัญญา 9 ก.พ.นี้ นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงกรณีบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ในฐานะบริษัทลูกของบริษัท เบสท์รินกรุ๊ป ผู้นำเข้ารถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน ได้ยื่นหนังสือถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ตรวจสอบการทำงานของกรมศุลกากร พร้อมทั้งกล่าวหากรมศุลกากรว่าปฏิบัติเกินหน้าที่ส่งให้ได้รับความเสียหาย จากกรณีที่ไม่มีการตรวจปล่อยรถเมล์เอ็นจีวี 99 คันและจะฟ้องร้ององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หากยกเลิกสัญญากับบริษัทนั้น ขอยืนยันว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง โดยขณะนี้กรมศุลกากรได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีของเบสท์รินกรุ๊ปไว้ได้มากพอสมควรแล้ว ยืนยันได้ว่ารถที่นำเข้าประเทศไทยนั้น ผลิตและประกอบในประเทศจีน และได้แสดงหลักฐานภาพถ่ายรถเมล์เอ็นจีวี ที่ประกอบเรียบร้อยทั้งคันมาจากประเทศจีน มาลงที่ท่าเรือในประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมจัดส่งให้ซุปเปอร์ซาร่า “หลักฐานสำคัญชิ้นนี้ระบุว่าเป็นการนำรถเข้ามาจากจีนทั้งคัน เนื่องจากรถอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและสามารถวิ่งขึ้น-ลงจากเรือสินค้าได้ จึงไม่น่าเชื่อว่าเป็นรถที่ประกอบที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า 40% ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) ส่วนเอกสารอื่นๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อรูปคดีหากขบวนการฟ้องร้องถึงชั้นศาล” นอกจากนี้…

เตือนรัฐแล้วไม่ฟัง! ผู้ส่งออกจีนรวมหัวกดราคาซื้อมันเส้นไทย

จี้รัฐสกัด 5 เสือส่งออกจีนฮุบตลาดมันเส้น กดราคาชาวไร่สุดต่ำ เหลือ กก.ละ 1.50 บาท ผู้ส่งออกมันเส้นไทยโอดเจอกระทบ 3 เด้ง แข่งเดือนบริษัทจีน-ฝนตกเชื้อแป้งต่ำ-รัฐบี้เช็กสต๊อกส่งออกมันเส้น 1 ต่อ 1.5 ดันต้นทุนพุ่ง สืบเนื่องจากที่ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้ลงข่าวเรื่อง "จับตา 5 เสือบริษัทจีน แห่ลงทุนตั้งบริษัทส่งออกมันเส้นในประเทศไทย ทั้งตั้งราคารับซื้อเอง ราคาส่งออก ส่งเข้าโรงงานหรือเทกองขายเบ็ดเสร็จ" เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2560 เกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามันภายในประเทศว่า ตลาดมันเส้นแทบจะตกอยู่ในกำมือผู้ซื้อชาวจีน โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ปรากฏบริษัทผู้ส่งออกมันสำปะหลังไทยที่มีผู้ถือหุ้นถือสัญชาติจีนเข้ามาตั้งบริษัทนิติบุคคลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาตั้งบริษัท เช่าโกดังเป็นผู้ส่งออกเสียเอง โดยมีเป้าหมายต้องซื้อวัตถุดิบให้ได้ราคาต่ำที่สุด เพื่อส่งออกไปให้บริษัทแม่แข่งขันกับผู้ประกอบการไทยและได้แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาลไปแล้วตั้งแต่ปลายปี่ที่ผ่านมา แหล่งข่าวจากวงการค้ามันสำปะหลัง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ล่าสุดพบราคาส่งออกมันเส้นไปตลาดจีนมีความผิดปกติ เพราะปีนี้ระดับราคาแอลกอฮอล์ในประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้นไปถึงตันละ 5,000 หยวน จากปีก่อนที่อยู่ประมาณตันละ 4,500…

สมาคมผู้ส่งออกข้าวชี้ส่งออกข้าวไทยปี′60 แข่งเดือด วางเป้าหมายไทยส่งออกได้ 9.5 ล้านตัน

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยในปี 2560 ไว้ที่ 9.5 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าจะส่งออกข้าวขาวได้ 4.6 ล้านตัน ข้าวหอมมะลิ 2.4 ล้านตัน ข้าวนึ่ง 2 ล้านตัน ข้าวหอมปทุม 2 แสนตัน และข้าวเหนียว 3 แสนตัน แต่ไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกเบอร์ 2 ของโลกรองจากอินเดีย ที่คาดว่าจะส่งออกได้ 10 ล้านตัน ส่วนในปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกข้าวได้ 9.88 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน เป็นอันดับ 2 รองจากอินเดียที่ส่งออกได้ 10.43 ล้านตัน และส่งออกมีมูลค่า 4,401 ล้านเหรียญสหรัฐฯ…

สัมภาษณ์พูดคุยแบบเป็นกันเอง กับ คุณ จุฑานุช ชุมมานนท์ ผู้บริหารบริษัท RTN Logistics

ติดตามรายการ The Spy Man Show ทางช่อง 3 วันจันทร์ที่ 6 ก.พ. 2560 เวลา 22.30น. สัมภาษณ์พูดคุยแบบเป็นกันเอง กับ คุณ จุฑานุช ชุมมานนท์ ผู้บริหารบริษัท RTN Logistics และนายกสมาคมขนส่งสินค้าเพื่อการนำเข้าและส่งออก Stay tune for The Spy Man Show TV program on ThaiTV Channel3 on 6 Feb 2017 at 10.30pm for the interview with Khun Juthanuch Chummanon, Management Team of…

“ลาว” ตั้งเป้า 2020 ศูนย์กลาง Logistics ทางบกอาเซียน

ไม่ติดทะเลก็ไม่ใช่ปัญหา “ลาว” ผลิกกระดานการค้า ชูนโยบาย “Land Locked” สู่ “Land Link” ภายใน 2020 “สปป.ลาว” ถูกเรียกว่า “Land Locked” หมายความว่า ลักษณะภูมิประเทศของสปป.ลาวไม่มีทางออกสู่ทะเล ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนั้นสามารถพัฒนาโลจิสติกส์ทางบกและทางทะเล ส่งผลให้ที่ผ่านมาประเทศลาวได้พยายามเน้นความสำคัญในการพัฒนาคมนาคมการขนส่งทางบก และกลายเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจที่สุด รัฐบาลลาวพัฒนาจุดกระจายสินค้าทางบกครอบคลุมทั่วประเทศ และกลายเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวถึงปี 2020 ซึ่งเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศจากนโยบาย “Land Locked” ให้เป็น “Land Link” ดึงจุดเด่นด้านการคมนาคมขนส่งทางบก นำไปสู่ประเทศแห่งศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าที่สำคัญของภูมิภาค กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ของสปป. ลาว ได้เริ่มจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์การขนส่งของประเทศหลังจากที่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยท่าเรือบก (Dry Port) โดยมุ้งเน้นให้สปป.ลาว เป็นบริการสำหรับศูนย์กลางกระจายสินค้าของภูมิภาค (Transit Services or Logistics Hub) สำหรับพื้นที่นำร่องตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวถึง 2020 มีด้วยกัน 9 จุด ประกอบด้วย…

กะเทาะเปลือก “ส่งออก” โตต่ำ ติดหล่มโครงสร้างเก่า-ตลาดโลกเปลี่ยน

ส่งออกไทยในฐานะหัวจักรตัวใหญ่สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจะโตต่ำไปอีกนานเท่าไร เป็นคำถามใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ถาม แต่คำตอบคืออะไรยังเป็นสิ่งที่คนในแวดวงเศรษฐกิจมหภาค คนทำการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์และทีมเศรษฐกิจรัฐบาลก็ยังไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้ แต่ตัวเลขที่เห็นชัดคือมูลค่าส่งออกไทยเติบโตต่ำลงเรื่อยๆ ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จากช่วงปี 2544-2550 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 14.9% ก็ค่อย ๆ ลดลงมาโตเฉลี่ยปีละ 7% ในช่วงปี 2550-2554 กระทั่ง 5 ปีหลังมานี้ (ปี 2554-2558) ขยายตัวเฉลี่ยเพียงปีละ 1.9% เท่านั้น ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากตลาดการค้าโลกชะลอตัวเท่านั้น แต่กำลังบ่งชี้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ "กดทับ" การส่งออกไทยให้ "โตต่ำ" ต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ "สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์" ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้นำเสนองานวิจัยในชุด "เศรษฐศาสตร์เข้าท่า ฉบับที่ 16 เรื่อง จุลทรรศน์ภาคส่งออกไทย : ส่งออกยุคผลัดใบ เลือดใหม่เร่งขับเคลื่อน" ต่อจาก…

ศูนย์ขนส่งเชียงของ ฮับโลจิสติกส์ซิตี้

โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าเชียงของ เป็นหนึ่งในโครงการแอ็กชั่นแพลนปี 2560 ของกระทรวงคมนาคม หวังยกระดับมาตรฐานการขนส่งสินค้าขานรับการขยายตัวของเศรษฐกิจอาเซียนและจีน เป็นอีกหัวใจสำคัญในการแปลงโฉม จ.เชียงราย ให้เป็นโลจิสติกส์ซิตี้ของภูมิภาค พัฒนาให้เป็นประตูการค้าในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ขณะที่เส้นทางดังกล่าวเชื่อมโยงการขนส่งจากภาคกลางเข้าสู่จีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A จากคุนหมิง (จีน)-บ่อหาน (จีน)-บ่อเต็น (ลาว)-ห้วยทราย (ลาว)-เชียงของ (เชียงราย) เชื่อมต่อเข้าสู่ภาคกลางด้วยระบบรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เชื่อมต่อสายเด่นชัย-ปากน้ำโพ และรถไฟทางคู่เส้นทางปากน้ำโพ-ลพบุรี สำหรับโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าเชียงของมีพื้นที่ทั้งหมด 330 ไร่ แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ระยะ และคาดว่ารูปแบบการลงทุนจะเป็นแบบร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (พีพีพี) ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี ซึ่งนักวิชาการโลจิสติกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าในพื้นที่ได้ถึง 140% ภายในระยะเวลา 20 ปี หรือเพิ่มเป็น 1.95 แสนทีอียู จากปัจจุบันอยู่ที่ 8.1 หมื่นทีอียู กมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการเวนคืนพื้นที่ครบแล้ว และได้รับอนุมัติงบประมาณค่าก่อสร้างระยะแรกแล้ว 1,406 ล้านบาท…

นโยบายกีดกันการค้าทรัมป์กระทบเอเชียหนักสุด

ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับพิธีสาบานตนรับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งนักลงทุนจำนวนมากที่รอคอยฟังสุนทรพจน์ของทรัมป์ในวันดังกล่าวต่างพากันผิดหวังที่ไม่ได้ยินนโยบายเศรษฐกิจเป็นเนื้อเป็นหนัง อย่างไรก็ตามสิ่งหนึ่งที่ปรากฏในสุนทรพจน์ผู้นำคนใหม่ของอเมริกาชัดเจนก็คือ การเดินหน้ากีดกันการค้า เพราะทรัมป์พูดชัดว่า "การปกป้อง" คือหนทางที่จะนำอเมริกาไปสู่การเติบโตและรุ่งเรือง นำการจ้างงานกลับมาสู่คนอเมริกัน และย้ำอีกว่าต่อไปนี้ต้อง Buy American and hire American (ซื้อสินค้าอเมริกัน จ้างงานคนอเมริกัน) เมื่อจับสัญญาณจากสุนทรพจน์แล้ว บรรดานักวิเคราะห์ค่อนข้างแน่ใจว่าทรัมป์จะ "ลงมือทำ" เรื่องกีดกันการค้าค่อนข้างแน่ ไม่ใช่แค่พูดหาเสียง เพราะถึงแม้ตอนนี้จะยังไม่ไปถึงขั้นประกาศขึ้นภาษีสินค้าจากจีนอย่างที่พูดไว้หลายครั้ง แต่เพียง 2 วันหลังพิธีสาบานตน ทรัมป์ได้ประเดิมลงนามถอนตัวจากการเจรจาข้อตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชียแปซิฟิก (ทีพีพี) ซึ่งริเริ่มไว้ในสมัยรัฐบาลโอบามา ตามที่หาเสียงไว้ ซึ่งการยกเลิกนี้อย่างน้อยก็ส่งสัญญาณว่า เขาจะทำสิ่งที่หาเสียงไว้ ซึ่งนั่นน่าจะรวมถึงการกีดกันการค้าเพื่อปกป้องประโยชน์สหรัฐ หลังพิธีสาบานตนของทรัมป์ "โกลด์แมน แซกส์" ได้ออกบทวิเคราะห์ว่า เมื่อพิจารณาข้อมูลประกอบกันหลายอย่าง ทั้งจากสารหรือข้อความของทรัมป์ระหว่างการหาเสียง รูปแบบนโยบายที่ปรากฏบนเว็บเพจของทรัมป์ ตลอดจนการแต่งตั้งบุคคลสายเหยี่ยวขนานแท้มาดำรงตำแหน่งด้านการค้า มีความเป็นไปได้สูงที่ทรัมป์จะดำเนินนโยบายการค้าตามที่พูดไว้ก่อนหน้านี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง "เอเชีย" จะได้รับผลกระทบหนัก หากอเมริกาลดการนำเข้าจะทำให้กิจกรรมเศรษฐกิจในเอเชียหดตัวลง 2.6…