‘สภาผู้ส่งออก’ ปรับเป้าส่งออกปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 8%

"สภาผู้ส่งออก" ปรับคาดการณ์ส่งออกปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8% ส่วนปีหน้าคาดโต 5% หลังการค้าระหว่างประเทศทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น วอนรัฐดูแลเงินบาทให้มีเสถียรภาพ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) กล่าวว่า สภาผู้ส่งออกฯ ปรับประมาณการส่งออกปีนี้เป็นโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 8 จากเดิมร้อยละ 6 ส่วนปีหน้าโตร้อยละ 5 โดยมีปัจจัยบวกจากการค้าระหว่างประเทศทั่วโลกปรับดีขึ้น เช่น จีน ญี่ปุ่น อาเซียน และออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา ที่พลิกกับมาโตช่วงปลายไตรมาส 3 สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของสินค้าที่ขนส่งทางทะเลและทางอากาศระหว่างประเทศช่วงที่ผ่านมา และการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เหล็ก น้ำตาลทราย ยางพารา และผลิตภัณฑ์ เป็นต้น โดยเป็นการปรับตัวดีขึ้นในด้านราคาและความต้องการสินค้า เพื่อนำไปผลิตต่อของประเทศคู่ค้า อีกปัจจัยบวก คือ การสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมต้อนรับเทศกาล thanksgiving ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนปัจจัยลบที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย คือ นโยบายประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)…

สิงคโปร์เตรียมจ่ายเงินค่าโดยสารขนส่งสาธารณะด้วย Apple Pay – Samsung Pay แล้ว

ในวันที่บ้านเรายังต้องเดินไปแลกเหรียญเพื่อมาหยอดตู้สำหรับซื้อบัตรโดยสารรถไฟฟ้า ผู้ใช้บริการขนส่งมวลชนของสิงคโปร์ก็เตรียมจ่ายเงินชำระค่าขนส่งสาธารณะด้วยแอปเปิลเพย์ (Apple Pay) แอนดรอยด์เพย์ (Android Pay) และซัมซุงเพย์ (Samsung Pay) ได้แล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018อ้างอิงจากข้อมูลของ Land Transport Authority ของสิงคโปร์ระบุว่า ทางทีมงานได้รับฟีดแบ็กที่ดีจากโครงการนำร่องเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่ให้ผู้โดยสารจ่ายเงินค่าเดินทางโดยใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตของมาสเตอร์การ์ดแบบ contactless โดยถึงตอนนี้มีผู้โดยสารกว่า 100,000 คนที่ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้บริการดังกล่าวแล้ว และมีการใช้งานเฉลี่ยถึง 60,000 คนต่อวันเดโบราห์ เฮง (Deborah Heng) ผู้จัดการมาสเตอร์การ์ดของสิงคโปร์กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีมากที่โครงการนำร่องด้านการซื้อตั๋วโดยสารได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากผู้ใช้งานที่ใช้เป็นประจำทุกวัน และช่วยลดความยุ่งยากในการเติมเงินให้กับผู้โดยสารลงได้ ซึ่งเราตั้งเป้าว่าจะขยายจำนวนผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดที่นำมาใช้กับระบบขนส่งมวลชนให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวางในสิงคโปร์"โดยโครงการนำร่องดังกล่าวยังมีแผนจะขยายเพื่อรับผู้ถือบัตรวีซ่า และการ์ด NETS ด้วย "ปัจจุบัน การใช้งานการ์ด NETS นั้นค่อนข้างกว้างขวางในการจับจ่ายสินค้าประจำวัน เช่น สินค้าจากร้านค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งการขยายการใช้งานบัตร NETS มาสู่ระบบขนส่งมวลชนจะทำให้เกิดความสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับผู้เดินทาง" เจฟฟรีย์ โกห์ ซีอีโอของ…

เล็งเปิดประมูล4ท่าเรือขนสินค้า

กรมเจ้าท่าเร่งสนองนโยบายรัฐเพิ่มศักยภาพท่าเรือเปิดประมูลปลายปีนี้ 4 แห่งมูลค่า 2,229 ล้าน หวังลดต้นทุนโลจิสติกส์ นายณัฐ จับใจ รองอธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) ด้านโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งทางน้ำ เปิดเผยว่า กรมฯจะเร่งพัฒนาศักยภาพการใช้ท่าเรือของประเทศตามนโยบายเชื่อมโยงรูปแบบการขนส่งของประเทศเพื่อเพิ่มโอกาสทางการแข่งขันและลดต้นทุนโลจิสติกส์ของชาติ โดยเตรียมเปิดประมูลท่าเรือขนส่งสินค้าทั้ง 4แห่ง รวมมูลค่าลงทุน 2,229 ล้านบาท ประกอบด้วย ท่าเรือคลองใหญ่ จ.ตราด วงเงิน 1,200 ล้านบาท ท่าเรือศาลาลอยจ.พระนครศรีอยุธยา วงเงิน 400 ล้านบาทท่าเรือคลองวาฬ จ.ประจวบคีรีขันธ์ วงเงิน 429 ล้านบาทและท่าเรือนครพนม วงเงิน 200ล้านบาท ทั้งนี้อยู่ระหว่างเสนอแนวทางการจัดสรรผลตอบแทนเข้าสู่ที่ประชุมคณะกรรมการพัฒนาระบบการบริหารจัดการขนส่งสินค้าและบริการของประเทศ(กบส.) มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน หากผ่านความเห็นชอบภายในปลายปีนี้พร้อมเปิดประมูลเพื่อคัดเลือกเอกชนเข้าบริหารทันที เพราะขณะนี้ได้จัดทำร่างเอกสาประกวดราคา(ทีโออาร์) ไว้เสร็จเรียบร้อยแล้วอยู่ระหว่างการนำขึ้นเว็บไซต์เพื่อรับฟังความคิดเห็น เช่นเดียวกับโครงการติดตั้งระบบตั๋วร่วมบริเวณท่าเรือซึ่งหาก กบส.เห็นชอบแล้วเดินหน้าโครงการได้เช่นเดียวกัน "ที่ผ่านมามีเอกชนสนใจเข้าลงทุนและสอบถามหลายครั้งแล้วโดยเฉพาะท่าเรือคลองใหญ่จ.ตราด มีศักยภาพในการขนส่งสินค้าตามแนวชายฝั่งเชื่อมโยง 3 ชาติประกอบด้วย ไทย กัมพูชาและเวียดนาม ด้านท่าเรือขนส่งผู้โดยสารที่ยังไม่มีผู้รับผิดชอบบริหารนั้นกรมฯจะเข้าบริหารเองทั้งหมด เพื่อพัฒนาให้สอดรับกับความต้องการใช้งานในพื้นที่เพราะที่ผ่านมาองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นไม่สามารถแบกรับต้นทุนค่าใช้จ่ายเพื่อดูแลท่าเรือได้…

ส่งออกครึ่งปีแรกทำมากได้น้อย “น้ำมันแพง” นำเข้าพุ่ง-ดุลการค้าหด

กระทรวงพาณิชย์ รายงานตัวเลขส่งออกไทยล่าสุดในเดือนมิถุนายน 2560 มูลค่า 20,282 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 11.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เป็นการขยายตัวต่อเนื่องมาตั้งแต่เดือนมีนาคม ขณะที่การนำเข้ามีมูลค่า 18,365 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 13.7% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้เกินดุลการค้า 1,917 ล้านเหรียญสหรัฐ ส่งผลให้การส่งออกไทยครึ่งปีแรก (มกราคม-มิถุนายน) ปี 2560 ของไทยมูลค่า 113,546.8 ล้านเหรียญสหรัฐ ขยายตัว 7.8% ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวสูงสุดในรอบ 6 ปีจากปี 2554 ส่วนการนำเข้ามูลค่า 106,576.3 ล้านเหรียฐสหรัฐ เพิ่มขึ้น 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ดุลการค้าวูบ 5,600 ล้านเหรียญ แต่อีกมุมหนึ่งเป็นที่น่าเสียดาย เพราะดุลการค้าในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ซึ่งมีมูลค่า 6,971 ล้านเหรียญสหรัฐลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ไทยเคยได้ดุลถึง 12,618.3 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือหายไป 5,647.3…

เริ่มทดสอบวิศวกรจีนสร้างรถไฟความเร็วสูง”กทม.-โคราช”ล็อตแรก 40 คน ส.ค.นี้

สภาวิศวกรเล็งประชุมสรุปอบรมทดสอบวิศวกรจีนปลายเดือนนี้ เริ่มสอบ 40-50 คนแรก จบ ส.ค. เน้นถ่ายทอดเทคโนโลยีตั้งแต่ออกแบบจนซ่อมบำรุง ดร.กมล ตรรกบุตร นายกสภาวิศวกร เปิดเผยว่า รถไฟความเร็วสูงไทย-จีนช่วงกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ระยะทาง 253 กิโลเมตร สภาวิศวกรได้ดำเนินการคือ 1.การเตรียมหลักสูตร อบรมทดสอบวิศวกรและสถาปนิกจีน ในการให้ความรู้เกี่ยวกับประเทศไทย ด้านกฎหมายที่เกี่ยวข้อง จรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพ และความปลอดภัย รวมทั้งภัยพิบัติธรรมชาติ 2.การถ่ายโอนเทคโนโลยี ตั้งแต่การเริ่มดำเนินการ การออกแบบระบบต่างๆ การควบคุมการก่อสร้าง เดินเครื่องและบำรุงรักษา ซึ่งจะให้สถาบันการศึกษาช่วยวิจัยและพัฒนาต่อไป นายเจตกำจร พรหมโยธี นายกสภาสถาปนิก กล่าวว่า ฝ่ายไทยรับผิดชอบโครงการในการออกแบบอาคาร สถานีรถไฟ จีนอาจจะมีการออกแบบที่ทันสมัยเพราะมีประสบการณ์มาก่อน อย่างไรก็ตามต้องอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอาคาร และต้องเรียนรู้วัฒนธรรม ภูมิอากาศของประเทศไทยด้วย ด้านศาสตราจารย์ ดร.อมร พิมานมาศ เลขาธิการสภาวิศวกร กล่าวว่า การฝึกอบรมจะใช้เวลาทั้งหมด 3 วัน ทดสอบ 1 วัน…

“กัมพูชา” ห้ามส่งออกทรายไปสิงคโปร์

สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานว่า รัฐบาลกัมพูชาประกาศห้าม ส่งออกทรายขายต่างประเทศในวันนี้ หลังจากที่กลุ่มนักอนุรักษ์แสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากการขุดลอกทราย ทั้งนี้ การห้ามการส่งออกทรายจะส่งผลกระทบต่อสิงคโปร์ที่นำเข้าทรายจากกัมพูชาเป็นเวลาหลายปีเพื่อใช้ในการถมทะเลเพิ่มพื้นที่ในประเทศ มีรายงานว่า สิงคโปร์นำเข้าทรายจากกัมพูชามากกว่า 72 ล้านตันนับตั้งแต่ปี 2007 ขณะที่สิงคโปร์ได้ขยายพื้นที่มากกว่า 20% นับตั้งแต่ประกาศอิสรภาพในปี 1965 เพื่อรองรับประชากรที่เพิ่มขึ้น ที่มา : https://www.prachachat.net/aseanaec/news-4790

“สมคิด” เบียดเวียดนามถก “อาเบะ” แพงแต่ก็ต้องทำ รถไฟไฮสปีดอยุธยา-EEC

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนำ 6 รัฐมนตรีเศรษฐกิจ เข้าพบหารือกับ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ณ ทำเนียบรัฐบาล (Cabinet office) ในกรุงโตเกียว ว่าฝ่ายไทยได้ขอบคุณที่ญี่ปุ่นส่งพระราชสาส์นแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของ รัชกาลที่ 9 และมีพระราชสาส์นแสดงความยินดีต่อการขึ้นทรงราชย์ของรัชกาลที่ 10 พร้อมหารือถึงเรื่องแผนแม่บทการพัฒนา CLMVT ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้ความสำคัญ โดยขอให้ญี่ปุ่นมีบทบาทในการสนับสนุน นอกจากนี้ยังได้หารือในประเด็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ Hi Quality Infrastructure ซึ่งก่อหน้าที่นายสมคิด จะได้เข้าพบหารือกับนายชินโซ อาเบะ นั้น ฝ่ายนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เจรจากับญี่ปุ่นเรื่องรถไฟสาย เวียดนาม-ลาว-ไทย-พม่า เชื่อมกับอินเดีย บังคลาเทศ นอกเหนือจากเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่ญี่ปุ่นต้องการลงทุนอยู่แล้ว และต้องการให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง "นายกรัฐมนตรี อาเบะ รับฟังเรื่องนี้อย่างตั้งใจ" นายสมคิดกล่าว และว่า ไทยจะเป็นศูนย์กลางการพัฒนากลุ่ม CLMVT โดยภาคอีสาน จะกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้การสนับสนุนอย่างดี ในการนี้มีการกล่าวถึงการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ที่จะเป็นวาระสำคัญในการลงทุนของเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC)…

ศรีลังกาคุมเข้ม สั่งห้าม “เซลฟี่” ใกล้รถไฟ หลังเหตุสลด คนตายเพราะพยายามถ่ายรูป

ศรีลังกาคุมเข้ม ห้ามเซลฟี่ใกล้รางรถไฟ หลังเกิดเหตุการณ์สลดใจ มีผู้เสียชีวิตถึง 3 ราย เนื่องจากพวกเขากำลังพยายามถ่ายเซลฟี่กับรถไฟที่กำลังเเล่นอยู่ด้วยความเร็วสูง โดยหนึ่งในผู้เสียชีวิตเป็นเด็กวัย 12 ปี พร้อมมีผู้บาดเจ็บสาหัสอีก 1 ราย เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (11 มิ.ย.) เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับเด็กชายวัย 12 ปีเเละพี่ชาย วัย 24 ปี พยายามถ่ายภาพเซลฟีบนรางรถไฟในกรุงโคลอมโบ โดยศีรษะของเด็กชายรายนี้กระเด็นไปติดอยู่ระหว่างขบวนรถไฟ 2 ตู้ เเละพี่ชายของเขาก็เสียชีวิตเช่นกัน นอกจากนี้ ในวันเดียวกันนั้น ชายหญิงที่เพิ่งเเต่งงานใหม่อีกคู่หนึ่ง พยายามถ่ายภาพเซลฟีบนรางรถไฟ เเต่ก็เกิดอุบัติเหตุขึ้น ซึ่งฝ่ายชายเสียชีวิตเเละฝ่ายหญิงบาดเจ็บสาหัส ด้านโฆษกการรถไฟ ระบุว่าการใช้โทรศัพท์มือถือเป็นสาเหตุให้เกิดการเสียชีวิต 28 ราย บนทางรถไฟศรีลังกาในปีนี้ โดยชาวศรีลังกาจำนวนมากที่เดินทางมาเที่ยวกรุงโคลอมโบ จะนิยมถ่ายภาพเซลฟี่เพื่อเป็นที่ระลึก ขณะรถไฟเเล่นอยู่โดยมีมหาสมุทรอินเดียเป็นฉากหลังที่สวยงาม เเต่หลายคนโชคร้ายไม่ระมัดระวังพอ จึงไม่สามารถวิ่งออกจากรางได้ทันเวลาและถูกรถไฟแล่นทับเสียชีวิต ทั้งนี้ การรถไฟศรีลังกา จะเริ่มโครงการ "ห้ามเซลฟี่" ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นไป โดยให้พนักงานรักษาความปลอดภัยจับกุมผู้ใดก็ตามที่ยืนบนรางรถไฟและถ่ายเซลฟีด้านหน้าขณะรถไฟแล่นเข้ามาได้ อย่างไรก็ตาม…

ตลาดรถบรรทุกเดือดแน่ Tesla ส่งหัวลากขับเคลื่อนไฟฟ้าทั้งคันลงสนาม รอขึ้นไลน์ผลิตใน 2 ปี

ไม่ใช่แค่ผู้นำในเรื่องนวัตกรรมฝั่งรถยนต์ส่วนบุคคลเท่านั้น Tesla ยังเตรียมเข้ามารุกตลาด Semi-Truck หรือรถบรรทุกหัวลาก ผ่านการออกแบบเครื่องยนต์ขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้า มาตอบโจทย์ความต้องการของกลุ่ม Logistic เร่งผลิตตัวต้นแบบออกในเดือนส.ค. ตัวสินค้ารถบรรทุกหัวลากไม่ได้เพิ่งถูกเปิดเผยออกมาจากปากของ Elon Musk ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้ง Tesla เพราะในเดือนส.ค. ปีก่อนก็เคยเปรยเรื่องนี้ไว้บ้าง และตอนนี้มันก็ออกมาเป้นสินค้าจริง ผ่านการร่วมมือกันออกแบบกับบริษัทที่เชี่ยวชาญสินค้าตัวนี้ เพื่อให้รถบรรทุกหัวลากใช้งานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยตัวรถบรรทุกหัวลากขับเคลื่่อนด้วยไฟฟ้าทั้งคันของ Tesla จะเปิดตัวสินค้าต้นแบบ (Prototype) ในเดือนส.ค. แต่ก่อนหน้านี้ได้เปิดให้องค์กรต่างๆ ที่ใช้งานรถบรรทุกหัวลากได้เข้าชมก่อน และได้รับผลตอบรับค่อนข้างดี แต่ทั้งนี้หากใครสนใจคงต้องรอหน่อย เพราะกว่าจะขึ้นไลน์ผลิตได้ต้องรออีก 18 เดือน ถึง 2 ปี อย่างไรก็ตามในตัวสินค้ารถบรรทุกหัวลากขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าไม่ได้มีแค่ Tesla ที่เข้ามาทำตลาดเพียงแค่คนเดียว เพราะยังมีกลุ่ม Daimler จากเยอรมันที่ผลิตรถยนต์ชนิดนี้เช่นกัน และเริ่มมีลูกค้ากว่า 20 องค์กรให้ความสนใจสั่งซื้อแล้ว หลังจากเทรนด์เรื่องรักษาสิ่งแวดล้อมกำลังเกิดขึ้นในทุกๆ อุตสาหกรรม   ที่มา : https://brandinside.asia/tesla-semi-truck-electric/

ทช.ขยายถนนนครนายกหนุนโลจิสติกส์

กรมทางหลวงชนบท ขยายถนน 4 เลน ระยะทางกว่า 18 กิโลเมตร เสริมโลจิสติกส์นครนายก นายพิศักดิ์ จิตวิริยะวศิน อธิบดีกรมทางหลวงชนบท เปิดเผยว่า ทช.ได้พิจารณาโครงข่ายทางหลวงชนบท ที่มีความสำคัญและเป็นเส้นทางในการขนส่งสินค้าเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม รวมทั้งสนับสนุนการท่องเที่ยวให้สามารถเดินทางได้สะดวก รวดเร็ว สามารถรองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจเพื่อเชื่อมโยงการผลิตจากแหล่งไปสู่ตลาดและผู้บริโภคในทุกระดับ ทช.ได้รับการจัดสรรงบประมาณประจำปี 2560 เพื่อก่อสร้างขยายถนนทางหลวงชนบทสาย นย.3007 แยกทางหลวงหมายเลข 305 – บ้านคลอง 33 โดยขยายถนนเดิมจาก 2 ช่องจราจร เป็น 4 ช่องจราจร ใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น จำนวน 681.300 ล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างเตรียมการก่อสร้าง โดยมีแผนที่จะก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณเดือนสิงหาคม 2562 ซึ่งสายทางดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อทางหลวงหมายเลข 305 กับทางหลวงชนบทสาย นย.2005 แยกทางหลวงหมายเลข 33-บ้านคลอง 33 อำเภอบ้านนา จังหวัดนครนายก ที่อยู่ระหว่างดำเนินก่อสร้างขยายถนนเป็น 4 ช่องจราจรเช่นเดียวกัน…