เปิดรูตเส้นทางค้า 3 ประเทศ Trilateral Highway

“เมียนมา” ถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีพรมแดนติดกับ 5 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาว และไทย ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ที่รัฐบาลไทยต้องเตรียมพร้อมในการใช้ประโยชน์เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจการค้า โดยเฉพาะโครงการทางหลวงเชื่อมอินเดีย-เมียนมา-ไทย (India-Myanmar-Thailand Trilateral Highway) ถือเป็นจุดเชื่อมโยงของอินเดียกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง “อดุลย์ โชตินิสากร” รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้มาวิเคราะห์มุมมองเส้นทางการค้าหลัก และโอกาสของสินค้าไทยอย่างน่าสนใจยิ่ง รูตหลักสินค้าไทย ปัจจุบันด่านแม่สอด เป็นประตูการค้าหลักระหว่างไทย-เมียนมา หากนับจากแม่สอด ไปเมียวดี-ผาอัน-เมาะลำไย-ย่างกุ้ง-เนย์ปิดอว์-มัณฑะเลย์-กาเลเมียว-ตามู ชายแดนเชื่อมต่อเมียนมา-อินเดีย จะเห็นว่าเส้นทางการขนส่งสินค้าถนนบางช่วงดี แต่หลายช่วงอาจจะยังค่อนข้างลำบากในการเดินทาง ดังนั้นการใช้ประโยชน์เส้นทาง Trilateral Highway มีความเป็นไปได้ แต่ไม่ได้ขยับเร็วมากนัก เริ่มช่วงแรกข้ามจากแม่สอดไปเมียวดี ระยะทาง 50-60 กม. ถนนดี เพราะรัฐบาลไทยเข้าไปช่วยเหลือเมียนมาในการก่อสร้าง จากนั้นวิ่งไปต่อเชื่อมกับเส้นทางเดิมจากเมาะลำไย-ย่างกุ้ง เป็นเส้นทางที่พอใช้ได้ จากนั้นผ่านเนย์ปิดอว์ไปมัณฑะเลย์ เป็นเส้นทางไฮเวย์อย่างดี 2 เลน…

ขนส่งสั่งปรับ 1 แสน รถบรรทุกทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์

กรมการขนส่งทางบก ลงโทษ กรณีรถบรรทุกทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์หลังตรวจสอบพบอุปกรณ์ล็อกตู้ (twist-lock) ชำรุด สั่งปรับผู้ประกอบการขนส่งทันที 100,000 บาท ถอนรถออกจากประกอบการ และให้นำรถที่เหลือทั้งหมดเข้าตรวจสภาพอีกครั้ง วันนี้ (28 ธ.ค.2560) นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 78-1005 กรุงเทพมหานคร รถกึ่งพ่วงคันหมายเลขทะเบียน 77-9097 กรุงเทพมหานคร ของผู้ประกอบการขนส่งบริษัท ดำรงศักดิ์ขนส่ง จำกัด ทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์ส่วนบุคคล โดยพบว่าอุปกรณ์ล็อกตู้คอนเทนเนอร์ (twist-lock) ชำรุด เหตุเกิดบริเวณถนนนครอินทร์ ช่วงต่างระดับบางคูเวียงช่วงทางลง ถนนกาญจนาภิเษก ส่งผลให้รถยนต์ส่วนบุคคลได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยมีนายวิเศษ นครชัย เป็นพนักงานขับรถ ได้รับใบอนุญาตขับรถทุกประเภทชนิดที่ 3 เลขที่ 411/2555 นั้น ล่าสุด กรมการขนส่งทางบกได้เรียกผู้ประกอบการขนส่งเข้ารับทราบข้อหาความผิด และสั่งถอนรถทั้ง 2 คัน คือ รถบรรทุกและรถกึ่งพ่วง ออกจากใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที พร้อมเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการขนส่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น…

กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย”

กรมการขนส่งทางบก มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน จับมือกับภาคเอกชนกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย” เชิญชวนประชาชนนำรถเข้าตรวจสภาพเบื้องต้นก่อนเดินทาง ฟรี!! ณ จุดที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึง 15 มกราคม 2561 นายสนิท พรหมวงษ์  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่องทุกช่วงเทศกาล สำหรับเทศกาลปีใหม่ปี 2561 นี้ จัดกิจกรรม“ตรวจรถ“ฟรี”ขับขี่ปลอดภัย”ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 - 15 มกราคม 2561 โดยให้บริการตรวจเช็กความพร้อมของรถเบื้องต้นก่อนการเดินทาง ฟรี ณ ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแก๊ส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สถานตรวจสภาพรถ…

บขส.เพิ่มรถ 9 พันเที่ยว รับ 1.9 แสนคนต่อวัน อำนวยความสะดวกประชาชนช่วงปีใหม่

บขส.ประชุมแผนเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยเตรียมเพิ่มเที่ยวรถโดยสารวันละกว่า 9,000 เที่ยว รองรับผู้โดยสารสูงสุดวันละกว่า 1.9 แสนคน นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวภายหลังการประชุมแผนเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ว่าในเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่จะถึงนี้ บขส.คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 28- 30 ธันวาคม 2560 โดย บขส.ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) รองรับประชาชนในเที่ยวไป จากปกติวันละ ประมาณ 6,200 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีกวันละประมาณ 2,400 เที่ยว รวมกว่า…

ขนส่งทางบกขอความร่วมมือผู้ประกอบหลีกเลี่ยงการใช้รถบรรทุกช่วงปีใหม่

กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการขนส่ง หลีกเลี่ยงการใช้รถบรรทุกในการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะการขนส่งวัตถุอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 - 3 มกราคม 2561 สำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่มีความจำเป็นต้องขนส่งสินค้าในช่วงดังกล่าว ต้องบริหารจัดการเดินรถโดยหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก เพื่อลดความคับคั่งของการจราจร และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันไม่ให้สินค้าที่บรรทุกตกหล่น กรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถขัดข้องจนมีความจำเป็นต้องจอดรถบนทางเดินรถหรือไหล่ทางในเวลากลางคืน หรือในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอให้เปิดสัญญาณไฟกะพริบทั้งด้านหน้าและด้านท้ายรถ หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์เตือนที่ผู้ใช้รถคันอื่นสามารถสังเกตเห็นได้จากระยะไกล พร้อม เข้มงวดตรวจสอบรถบรรทุก ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบรถที่มีการแก้ไขดัดแปลงตัวถังเพื่อให้สามารถบรรทุกได้มากกว่าปกติ มีโทษปรับขั้นสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ฐานแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง สภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ มาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 พบรถโดยสาร รถบรรทุก ไม่ปลอดภัย แจ้ง 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง   ที่มา : https://www.facebook.com/fm91trafficpro/photos/a.172109969466208.46607.172059279471277/1866062280070960/?type=3&theater

ลุ้น พ.ร.บ. EEC ยิ่งช้า ! ไทยเสียโอกาส

ถูกตั้งคำถามและจับตามองตลอดถึง “พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” ที่รัฐบาลไทยยกขึ้นมา “การันตี” ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนว่า “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” หรือ EEC อภิมหาโปรเจ็กต์ระดับชาติจะเดินหน้าไปได้ แม้จะเปลี่ยนอีกกี่รัฐบาลก็ตาม โดยเฉพาะการเกิดโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างสนามบิน ท่าเรือ รถไฟ ซึ่งใช้กลไกการลงทุนจากนักลงทุนเข้ามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้ GDP โตปีละกว่า 5% ต่อยอดเงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเริ่มนับหนึ่งทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล เมื่อ “พ.ร.บ. EEC” คือ “หัวใจ” สำคัญ ที่กำหนดรายละเอียดขอบเขตการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องอำนาจการบริหาร สิทธิประโยชน์ ผังเมือง หลักเกณฑ์การลงทุน การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไฟฟ้า ภาคการเกษตร ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระบวนการดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นสาระสำคัญจะถูกบัญญัติไว้ในตัวกฎหมาย ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า กฎกติกาที่แน่ชัดจะเป็นอย่างไร จึงเป็นเหตุผลว่า นักลงทุนต้องร้องเพลงรอ “กฎหมายเพียงฉบับเดียว” แทบทุกเวทีการสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับ…

การค้าจีน-เกาหลีเหนือเดือนต.ค.ดิ่งลงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์

รอยเตอร์สรายงานว่า ตัวเลขการค้าจีนกับเกาหลีเหนือในเดือนต.ค.ลดลงมาอยู่ที่ระดับ 334.9 ล้านดอลลาร์ หรือกว่า 1.1 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่เดือนก.พ. เป็นต้นมา เช่นเดียวกับการนำเข้าที่ลดต่ำสุดในรอบปี ซึ่งเป็นสัญญาณจากมาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ ข้อมูลจากกรมศุลกากรพบว่า ปริมาณการค้าทั้งหมดนั้นลดลงเกือบ 20 เปอร์เซ็นต์จากเดือนกันยายน และเมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมาที่ 525.2 ล้านดอลลาร์ โดยจีนมียอดสั่งซื้อสินค้าจากเกาหลีเหนือในเดือนต.ค.คิดเป็นมูลค่า 90.75 ล้านดอลลาร์ ลดลงจากเดือนก.ย.อย่างมาก ที่มีมูลค่า 145.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดที่รัฐบาลได้บันทึกไว้ตั้งแต่เดือนม.ค. 2557 ขณะที่การส่งออกก็ลดต่ำลงเช่นกันมาอยู่ที่ระดับ 244.2 ล้านดอลลาร์ เมื่อเทียบกับเดือนก.ย.อยู่ที่ระดับ 266.4 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้ การค้าระหว่างทั้งสองประเทศลดต่ำลงเป็นผลมาจากคำสั่งแบนการซื้อถ่านหินจากเกาหลีเหนือตั้งแต่เดือนก.พ.ที่ผ่านมา รวมทั้งมาตรต่างๆ ที่องค์การสหประชาชาติ และสหรัฐกดดันจีนให้คว่ำบาตรเกาหลีเหนืออย่างหนักไม่ว่าจะเป็นเรื่องการส่งออกน้ำมัน การทำธุรกรรมทางการเงิน เพื่อบังคับให้เกาหลีเหนือล้มเลิกโครงการนิวเคลียร์ ที่มา : https://www.prachachat.net/world-news/news-76636

‘สภาผู้ส่งออก’ ปรับเป้าส่งออกปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 8%

"สภาผู้ส่งออก" ปรับคาดการณ์ส่งออกปีนี้ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 8% ส่วนปีหน้าคาดโต 5% หลังการค้าระหว่างประเทศทั่วโลกปรับตัวดีขึ้น วอนรัฐดูแลเงินบาทให้มีเสถียรภาพ นายวิศิษฐ์ ลิ้มลือชา รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย (สภาผู้ส่งออก) กล่าวว่า สภาผู้ส่งออกฯ ปรับประมาณการส่งออกปีนี้เป็นโตไม่ต่ำกว่าร้อยละ 8 จากเดิมร้อยละ 6 ส่วนปีหน้าโตร้อยละ 5 โดยมีปัจจัยบวกจากการค้าระหว่างประเทศทั่วโลกปรับดีขึ้น เช่น จีน ญี่ปุ่น อาเซียน และออสเตรเลีย ลาตินอเมริกา ที่พลิกกับมาโตช่วงปลายไตรมาส 3 สะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของสินค้าที่ขนส่งทางทะเลและทางอากาศระหว่างประเทศช่วงที่ผ่านมา และการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ที่สำคัญที่ปรับตัวดีขึ้นตามลำดับ เช่น น้ำมันสำเร็จรูป เม็ดพลาสติก เหล็ก น้ำตาลทราย ยางพารา และผลิตภัณฑ์ เป็นต้น โดยเป็นการปรับตัวดีขึ้นในด้านราคาและความต้องการสินค้า เพื่อนำไปผลิตต่อของประเทศคู่ค้า อีกปัจจัยบวก คือ การสั่งซื้อสินค้าล่วงหน้าของสหรัฐที่เพิ่มขึ้น เพื่อเตรียมต้อนรับเทศกาล thanksgiving ในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ส่วนปัจจัยลบที่อาจส่งผลกระทบต่อการส่งออกของไทย คือ นโยบายประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)…

สิงคโปร์เตรียมจ่ายเงินค่าโดยสารขนส่งสาธารณะด้วย Apple Pay – Samsung Pay แล้ว

ในวันที่บ้านเรายังต้องเดินไปแลกเหรียญเพื่อมาหยอดตู้สำหรับซื้อบัตรโดยสารรถไฟฟ้า ผู้ใช้บริการขนส่งมวลชนของสิงคโปร์ก็เตรียมจ่ายเงินชำระค่าขนส่งสาธารณะด้วยแอปเปิลเพย์ (Apple Pay) แอนดรอยด์เพย์ (Android Pay) และซัมซุงเพย์ (Samsung Pay) ได้แล้ว โดยคาดว่าจะเริ่มได้ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2018อ้างอิงจากข้อมูลของ Land Transport Authority ของสิงคโปร์ระบุว่า ทางทีมงานได้รับฟีดแบ็กที่ดีจากโครงการนำร่องเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ที่ให้ผู้โดยสารจ่ายเงินค่าเดินทางโดยใช้บัตรเครดิตหรือเดบิตของมาสเตอร์การ์ดแบบ contactless โดยถึงตอนนี้มีผู้โดยสารกว่า 100,000 คนที่ได้ลงทะเบียนเพื่อใช้บริการดังกล่าวแล้ว และมีการใช้งานเฉลี่ยถึง 60,000 คนต่อวันเดโบราห์ เฮง (Deborah Heng) ผู้จัดการมาสเตอร์การ์ดของสิงคโปร์กล่าวว่า "เรารู้สึกยินดีมากที่โครงการนำร่องด้านการซื้อตั๋วโดยสารได้รับผลตอบรับเชิงบวกจากผู้ใช้งานที่ใช้เป็นประจำทุกวัน และช่วยลดความยุ่งยากในการเติมเงินให้กับผู้โดยสารลงได้ ซึ่งเราตั้งเป้าว่าจะขยายจำนวนผู้ถือบัตรมาสเตอร์การ์ดที่นำมาใช้กับระบบขนส่งมวลชนให้มากขึ้น เพื่อให้เกิดการชำระเงินด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์อย่างกว้างขวางในสิงคโปร์"โดยโครงการนำร่องดังกล่าวยังมีแผนจะขยายเพื่อรับผู้ถือบัตรวีซ่า และการ์ด NETS ด้วย "ปัจจุบัน การใช้งานการ์ด NETS นั้นค่อนข้างกว้างขวางในการจับจ่ายสินค้าประจำวัน เช่น สินค้าจากร้านค้าปลีก อาหารและเครื่องดื่ม ซึ่งการขยายการใช้งานบัตร NETS มาสู่ระบบขนส่งมวลชนจะทำให้เกิดความสะดวกยิ่งขึ้นสำหรับผู้เดินทาง" เจฟฟรีย์ โกห์ ซีอีโอของ…