รฟม.เริ่มรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง

การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย(รฟม.)ได้เริ่มโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีเหลือง ช่วงลาดพร้าว-สำโรง มอบหมายให้บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)ผู้รับเหมาดำเนินการก่อสร้าง เริ่มตั้งแต่คืนวัน20มกราคม ที่ได้เตรียมนำแบริเออร์ลงพื้นที่และในวันนี้เริ่มปิดการจราจรถนนลาดพร้าวฝั่งขาเข้า2ช่องทางขวาสุดช่วงซอยลาดพร้าว136ถึงซอยลาดพร้าว132 ระยะทางประมาณ200เมตร เพื่อรื้อย้ายระบบสาธารณูปโภคใต้ดินก่อนเริ่มการก่อสร้าง โครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรง สถานีแรกเริ่มต้นช่วงซอยพหลโยธิน24 เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายเฉลิมรัชมงคล(สายสีน้ำเงิน)ไปตลอดแนวถนนลาดพร้าวมาเชื่อมรถไฟฟ้าสายสีส้มที่แยกลำสาลี เข้าถนนศรีนครินทร์ เชื่อมต่อรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงค์ เข้าถนนเทพารักษ์ มุ่งหน้าสู่สถานีสำโรง เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าสายสีเขียว มีทั้งหมด23สถานี ระยะทางรวม30กิโลเมตร เป็นลักษณะรางรถไฟฟ้ารางเดี่ยวยกระดับจากพื้นดิน กำหนดแล้วเสร็จในปี2564 ทั้งนี้ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ขออภัยในความไม่สะดวกสำหรับประชาชนที่สัญจร สามารถติดตามข้อมูลข่าวสารจราจรได้ทางเพจเฟสบุ๊ค ชื่อโครงการรถไฟฟ้าสายสีเหลืองช่วงลาดพร้าว-สำโรงได้ ที่มา : http://www.js100.com/en/site/news/view/50853

รีวิวทางเชื่อม เขต ศก.พิเศษแม่สอด เร่งสนามบิน-ด่านใหม่บูมการค้าไทย-พม่า

คอลัมน์ เวนคืนอัพเดต ก่อนส่งท้ายปี 2560 มีความเคลื่อนไหวการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานจะรองรับการพัฒนาพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ อ.แม่สอด จ.ตาก 1 ใน 12 พื้นที่ที่รัฐบาลทหารต้องการจะจุดพลุแจ้งเกิด ล่าสุด “ทล.-กรมทางหลวง” ได้ลงมือก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนชายแดนไทย-เมียนมา รองรับกับการเปิดใช้สะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 ที่จะแล้วเสร็จเปิดใช้กลางปี 2561 นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง เปิดเผยว่า ตามที่กรมก่อสร้างสะพานมิตรภาพไทย-เมียนมาแห่งที่ 2 รองรับการขนส่งสินค้าที่เพิ่มขึ้น และรองรับระเบียงเศรษฐกิจตะวันออก-ตะวันตก (East-West Economic Corridor ) ประกอบด้วย ตัวสะพานข้ามแม่น้ำเมย ทีสร้างแล้วเสร็จ สำหรับถนนเชื่อมต่อสะพานทั้ง 2 ฝั่งแม่น้ำ จะแล้วเสร็จกลางปี 2561 ขณะที่อาคารด่านพรมแดนอำนวยความสะดวกให้หน่วยงานต่าง ๆ อาทิ กรมศุลกากรสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง กรมปศุสัตว์ ล่าสุดได้เซ็นสัญญากับผู้รับเหมาแล้ว จะแล้วเสร็จต.ค. 2562 สำหรับการก่อสร้างอาคารด่านพรมแดนใช้งบประมาณก 1,127 ล้านบาท แบ่งเป็นอาคารด่านฝั่งไทย…

จัดทัพโครงข่ายถนน 9.5 หมื่นล้าน ผุด”วงแหวน”รองรับพื้นที่เมืองใหม่”ตะวันออก”

กรมทางหลวงจัดทัพโครงข่ายถนน 62 โครงการ กว่า 9.5 หมื่นล้าน ตรึงนักลงทุน จุดพล EEC เมกะโปรเจ็กต์รัฐบาล คสช. เร่งสร้าง 48 สายทาง วงเงิน 4.8 หมื่นล้านเร็วขึ้นในปี”62 ผุดวงแหวนรอบเมือง เปิดพื้นที่ใหม่มาบตาพุด ฉะเชิงเทรา พนัสนิคม ลุยถนนเชื่อม 55 จังหวัดเมืองรอง นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างปรับแผนการลงทุนโครงการ จะบรรจุในงบประมาณปี 2562 ให้สอดรับกับนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มอบให้กรมจัดสรรงบฯพัฒนาโครงการถนนรองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่หัวเมืองรอง 55 จังหวัด และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเป็นการเร่งรัดการลงทุนและกระตุ้นการเบิกจ่ายงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม เสริมโครงข่ายเชื่อมเมืองรอง “กรมจะต้องทำโครงข่ายถนนให้เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองรองที่รถยนต์ยังเข้าถึงลำบาก รวมถึงเชื่อมกับถนนสายรองของกรมทางหลวงชนบท สถานีรถไฟ และสนามบิน ให้นักท่องเที่ยวใช้บริการเครื่องบิน เช่ารถขับไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง…

เปิดแผนโลจิสติกส์ 5 ปี เน้นเปิดด่านสู่เมียนมา

นักวิชาการเปิดแผนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ ปี 65-69 เน้นเปิดด่านเชื่อมโยงเมียนมา หลังมุ่งแต่ลงทุนด้านฝั่งตะวันออก เผยเอกชนเมินด่านในเขตเศรษฐกิจพิเศษ แนะควรปรับการบริหารเป็นแบบเอกชน อาทิตย์ที่ 7 มกราคม 2561 เวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา นายพงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างหารือเรื่องร่างแผนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์แห่งชาติช่วง 5 ปีถัดไป ระหว่างปี 65-69 ซึ่งแผนฉบับนี้จะเน้นการเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศเมียนมา เพราะในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา แผนการลงทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยส่วนใหญ่จะล้อตาม ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่เน้นเชื่อมโยงกับฝั่งตะวันออก เช่น ประเทศลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ เมื่อเมียนมาเปิดประเทศ จึงมีแค่เพียง 1 ด่านเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย นายพงษ์ชัย กล่าวต่อว่า จากนี้ประเทศไทยจึงต้องเน้นการเชื่อมโยงและเปิดด่านในฝั่งตะวันตกให้มากขึ้น เช่น…

อาเซียน กับอนาคตขนส่งมวลชน

สภาพจราจรทั่วไปในหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง อย่างในกรุงเทพฯเองกับชั่วโมงเร่งด่วนที่สุดแสนจะสาหัส แม้ว่าจะมีระบบรางหนักเข้ามาเสริมแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุม กรุงจาการ์ตาเองกับระบบทรานส์จาการ์ตา แต่ผู้ใช้ก็ต้องเข้าแถวยาวเหยียดรอขึ้นรถเมล์เร็วในชั่วโมงเร่งด่วน ไม่เพียงส่งผลต่อคนเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ยันปลายน้ำ อย่างเรื่องการผลิต ที่จราจรคับคั่งกระทบต่อความล่าช้าในการป้อนวัตถุ และส่งสินค้าออกสู่ตลาด เป็นต้น จากรายงานของ “เอเชีย นิกเคอิ” ที่เปิดเผยตัวเลขจากนัมเบโอ (Numbeo) ถึง 10 เมืองในอาเซียน ที่มีการจราจรคับคั่งที่สุด ประกอบด้วย 1.กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 2.กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย 3.กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรแห่งนี้ 4.กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 5.สิงคโปร์ 6.นครสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย 7.เชียงใหม่ 8.นครดาเวา ประเทศฟิลิปปินส์ 9.นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และนครเมดัน ประเทศอินโดนีเซีย ในอันดับที่ 10 โดยการจัดอันดับมีการวัดค่าจากการปล่อยค่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เวลาที่ใช้บนท้องถนน และความไร้ประสิทธิภาพของระบบการจราจร หลายเมืองใหญ่ในอาเซียนเองกำลังเร่งขยับขยายเครือข่ายการขนส่งมวลชน อย่างที่นครโฮจิมินห์ เริ่มมีการก่อสร้างรถไฟใต้ดินสลับวิ่งยกระดับไปแล้ว…

แถลงข่าวการตรวจยึดงาช้าง จำนวน 3 กิ่ง 31 ท่อน น้ำหนัก 148 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 เวลา 11.00 น. นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการควบคุมทางศุลกากร พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กูล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา และนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 1 ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดงาช้าง จำนวน 3 กิ่ง 31 ท่อน น้ำหนัก 148 กิโลกรัม ณ ศูนย์แถลงข่าวกรมศุลกากร ชั้น 2 อาคาร 1 กรมศุลกากร   ที่มา : http://www.customs.go.th/cont_strc_slide_image.php?current_id=14223132414c505f47464b4a464b4b

เปิดรูตเส้นทางค้า 3 ประเทศ Trilateral Highway

“เมียนมา” ถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีพรมแดนติดกับ 5 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาว และไทย ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ที่รัฐบาลไทยต้องเตรียมพร้อมในการใช้ประโยชน์เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจการค้า โดยเฉพาะโครงการทางหลวงเชื่อมอินเดีย-เมียนมา-ไทย (India-Myanmar-Thailand Trilateral Highway) ถือเป็นจุดเชื่อมโยงของอินเดียกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง “อดุลย์ โชตินิสากร” รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้มาวิเคราะห์มุมมองเส้นทางการค้าหลัก และโอกาสของสินค้าไทยอย่างน่าสนใจยิ่ง รูตหลักสินค้าไทย ปัจจุบันด่านแม่สอด เป็นประตูการค้าหลักระหว่างไทย-เมียนมา หากนับจากแม่สอด ไปเมียวดี-ผาอัน-เมาะลำไย-ย่างกุ้ง-เนย์ปิดอว์-มัณฑะเลย์-กาเลเมียว-ตามู ชายแดนเชื่อมต่อเมียนมา-อินเดีย จะเห็นว่าเส้นทางการขนส่งสินค้าถนนบางช่วงดี แต่หลายช่วงอาจจะยังค่อนข้างลำบากในการเดินทาง ดังนั้นการใช้ประโยชน์เส้นทาง Trilateral Highway มีความเป็นไปได้ แต่ไม่ได้ขยับเร็วมากนัก เริ่มช่วงแรกข้ามจากแม่สอดไปเมียวดี ระยะทาง 50-60 กม. ถนนดี เพราะรัฐบาลไทยเข้าไปช่วยเหลือเมียนมาในการก่อสร้าง จากนั้นวิ่งไปต่อเชื่อมกับเส้นทางเดิมจากเมาะลำไย-ย่างกุ้ง เป็นเส้นทางที่พอใช้ได้ จากนั้นผ่านเนย์ปิดอว์ไปมัณฑะเลย์ เป็นเส้นทางไฮเวย์อย่างดี 2 เลน…

ขนส่งสั่งปรับ 1 แสน รถบรรทุกทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์

กรมการขนส่งทางบก ลงโทษ กรณีรถบรรทุกทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์หลังตรวจสอบพบอุปกรณ์ล็อกตู้ (twist-lock) ชำรุด สั่งปรับผู้ประกอบการขนส่งทันที 100,000 บาท ถอนรถออกจากประกอบการ และให้นำรถที่เหลือทั้งหมดเข้าตรวจสภาพอีกครั้ง วันนี้ (28 ธ.ค.2560) นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 78-1005 กรุงเทพมหานคร รถกึ่งพ่วงคันหมายเลขทะเบียน 77-9097 กรุงเทพมหานคร ของผู้ประกอบการขนส่งบริษัท ดำรงศักดิ์ขนส่ง จำกัด ทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์ส่วนบุคคล โดยพบว่าอุปกรณ์ล็อกตู้คอนเทนเนอร์ (twist-lock) ชำรุด เหตุเกิดบริเวณถนนนครอินทร์ ช่วงต่างระดับบางคูเวียงช่วงทางลง ถนนกาญจนาภิเษก ส่งผลให้รถยนต์ส่วนบุคคลได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยมีนายวิเศษ นครชัย เป็นพนักงานขับรถ ได้รับใบอนุญาตขับรถทุกประเภทชนิดที่ 3 เลขที่ 411/2555 นั้น ล่าสุด กรมการขนส่งทางบกได้เรียกผู้ประกอบการขนส่งเข้ารับทราบข้อหาความผิด และสั่งถอนรถทั้ง 2 คัน คือ รถบรรทุกและรถกึ่งพ่วง ออกจากใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที พร้อมเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการขนส่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น…

กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย”

กรมการขนส่งทางบก มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน จับมือกับภาคเอกชนกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย” เชิญชวนประชาชนนำรถเข้าตรวจสภาพเบื้องต้นก่อนเดินทาง ฟรี!! ณ จุดที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึง 15 มกราคม 2561 นายสนิท พรหมวงษ์  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่องทุกช่วงเทศกาล สำหรับเทศกาลปีใหม่ปี 2561 นี้ จัดกิจกรรม“ตรวจรถ“ฟรี”ขับขี่ปลอดภัย”ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 - 15 มกราคม 2561 โดยให้บริการตรวจเช็กความพร้อมของรถเบื้องต้นก่อนการเดินทาง ฟรี ณ ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแก๊ส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สถานตรวจสภาพรถ…