เปิดแผนโลจิสติกส์ 5 ปี เน้นเปิดด่านสู่เมียนมา

นักวิชาการเปิดแผนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์ ปี 65-69 เน้นเปิดด่านเชื่อมโยงเมียนมา หลังมุ่งแต่ลงทุนด้านฝั่งตะวันออก เผยเอกชนเมินด่านในเขตเศรษฐกิจพิเศษ แนะควรปรับการบริหารเป็นแบบเอกชน อาทิตย์ที่ 7 มกราคม 2561 เวลา 11.30 น. ที่ผ่านมา นายพงษ์ชัย อธิคมรัตนกุล ผู้อำนวยการศูนย์ความเป็นเลิศด้านโลจิสติกส์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี เปิดเผยว่า ขณะนี้หน่วยงานต่างๆ เช่น สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อยู่ระหว่างหารือเรื่องร่างแผนยุทธศาสตร์โลจิสติกส์แห่งชาติช่วง 5 ปีถัดไป ระหว่างปี 65-69 ซึ่งแผนฉบับนี้จะเน้นการเชื่อมกับประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะประเทศเมียนมา เพราะในช่วง 10 กว่าปีที่ผ่านมา แผนการลงทุนด้านโลจิสติกส์ของประเทศไทยส่วนใหญ่จะล้อตาม ธนาคารพัฒนาเอเชีย (ADB) ที่เน้นเชื่อมโยงกับฝั่งตะวันออก เช่น ประเทศลาว เวียดนาม และจีนตอนใต้ เมื่อเมียนมาเปิดประเทศ จึงมีแค่เพียง 1 ด่านเท่านั้นที่เชื่อมโยงกับประเทศไทย นายพงษ์ชัย กล่าวต่อว่า จากนี้ประเทศไทยจึงต้องเน้นการเชื่อมโยงและเปิดด่านในฝั่งตะวันตกให้มากขึ้น เช่น…

อาเซียน กับอนาคตขนส่งมวลชน

สภาพจราจรทั่วไปในหลายประเทศทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ประกอบกับการพัฒนาเศรษฐกิจที่เติบโตอย่างต่อเนื่องคงปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเรื่องที่เลวร้ายสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางจากที่หนึ่งไปที่หนึ่ง อย่างในกรุงเทพฯเองกับชั่วโมงเร่งด่วนที่สุดแสนจะสาหัส แม้ว่าจะมีระบบรางหนักเข้ามาเสริมแล้ว แต่ก็ยังไม่ครอบคลุม กรุงจาการ์ตาเองกับระบบทรานส์จาการ์ตา แต่ผู้ใช้ก็ต้องเข้าแถวยาวเหยียดรอขึ้นรถเมล์เร็วในชั่วโมงเร่งด่วน ไม่เพียงส่งผลต่อคนเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงระบบเศรษฐกิจตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ ยันปลายน้ำ อย่างเรื่องการผลิต ที่จราจรคับคั่งกระทบต่อความล่าช้าในการป้อนวัตถุ และส่งสินค้าออกสู่ตลาด เป็นต้น จากรายงานของ “เอเชีย นิกเคอิ” ที่เปิดเผยตัวเลขจากนัมเบโอ (Numbeo) ถึง 10 เมืองในอาเซียน ที่มีการจราจรคับคั่งที่สุด ประกอบด้วย 1.กรุงมะนิลา ประเทศฟิลิปปินส์ 2.กรุงจาการ์ตา ประเทศอินโดนีเซีย 3.กรุงเทพฯเมืองฟ้าอมรแห่งนี้ 4.กรุงกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย 5.สิงคโปร์ 6.นครสุราบายา ประเทศอินโดนีเซีย 7.เชียงใหม่ 8.นครดาเวา ประเทศฟิลิปปินส์ 9.นครโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม และนครเมดัน ประเทศอินโดนีเซีย ในอันดับที่ 10 โดยการจัดอันดับมีการวัดค่าจากการปล่อยค่าก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เวลาที่ใช้บนท้องถนน และความไร้ประสิทธิภาพของระบบการจราจร หลายเมืองใหญ่ในอาเซียนเองกำลังเร่งขยับขยายเครือข่ายการขนส่งมวลชน อย่างที่นครโฮจิมินห์ เริ่มมีการก่อสร้างรถไฟใต้ดินสลับวิ่งยกระดับไปแล้ว…

แถลงข่าวการตรวจยึดงาช้าง จำนวน 3 กิ่ง 31 ท่อน น้ำหนัก 148 กิโลกรัม

เมื่อวันที่ 12 มกราคม 2561 เวลา 11.00 น. นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร รักษาการที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการควบคุมทางศุลกากร พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ นายสมเกียรติ สุนทรพิทักษ์กูล ผู้อำนวยการกองคุ้มครองพันธุ์สัตว์ป่าและพืชป่าตามอนุสัญญา และนายกิตติพงศ์ กิตติขจร รองผู้อำนวยการ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สายปฏิบัติการ 1 ร่วมกันแถลงข่าวการตรวจยึดงาช้าง จำนวน 3 กิ่ง 31 ท่อน น้ำหนัก 148 กิโลกรัม ณ ศูนย์แถลงข่าวกรมศุลกากร ชั้น 2 อาคาร 1 กรมศุลกากร   ที่มา : http://www.customs.go.th/cont_strc_slide_image.php?current_id=14223132414c505f47464b4a464b4b

เปิดรูตเส้นทางค้า 3 ประเทศ Trilateral Highway

“เมียนมา” ถือเป็นประเทศที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และมีพรมแดนติดกับ 5 ประเทศ ได้แก่ อินเดีย บังกลาเทศ จีน ลาว และไทย ดังนั้นจึงเป็นโจทย์ที่รัฐบาลไทยต้องเตรียมพร้อมในการใช้ประโยชน์เพื่อเชื่อมโยงเส้นทางเศรษฐกิจการค้า โดยเฉพาะโครงการทางหลวงเชื่อมอินเดีย-เมียนมา-ไทย (India-Myanmar-Thailand Trilateral Highway) ถือเป็นจุดเชื่อมโยงของอินเดียกับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่ง “อดุลย์ โชตินิสากร” รองอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ ได้มาวิเคราะห์มุมมองเส้นทางการค้าหลัก และโอกาสของสินค้าไทยอย่างน่าสนใจยิ่ง รูตหลักสินค้าไทย ปัจจุบันด่านแม่สอด เป็นประตูการค้าหลักระหว่างไทย-เมียนมา หากนับจากแม่สอด ไปเมียวดี-ผาอัน-เมาะลำไย-ย่างกุ้ง-เนย์ปิดอว์-มัณฑะเลย์-กาเลเมียว-ตามู ชายแดนเชื่อมต่อเมียนมา-อินเดีย จะเห็นว่าเส้นทางการขนส่งสินค้าถนนบางช่วงดี แต่หลายช่วงอาจจะยังค่อนข้างลำบากในการเดินทาง ดังนั้นการใช้ประโยชน์เส้นทาง Trilateral Highway มีความเป็นไปได้ แต่ไม่ได้ขยับเร็วมากนัก เริ่มช่วงแรกข้ามจากแม่สอดไปเมียวดี ระยะทาง 50-60 กม. ถนนดี เพราะรัฐบาลไทยเข้าไปช่วยเหลือเมียนมาในการก่อสร้าง จากนั้นวิ่งไปต่อเชื่อมกับเส้นทางเดิมจากเมาะลำไย-ย่างกุ้ง เป็นเส้นทางที่พอใช้ได้ จากนั้นผ่านเนย์ปิดอว์ไปมัณฑะเลย์ เป็นเส้นทางไฮเวย์อย่างดี 2 เลน…

ขนส่งสั่งปรับ 1 แสน รถบรรทุกทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์

กรมการขนส่งทางบก ลงโทษ กรณีรถบรรทุกทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์หลังตรวจสอบพบอุปกรณ์ล็อกตู้ (twist-lock) ชำรุด สั่งปรับผู้ประกอบการขนส่งทันที 100,000 บาท ถอนรถออกจากประกอบการ และให้นำรถที่เหลือทั้งหมดเข้าตรวจสภาพอีกครั้ง วันนี้ (28 ธ.ค.2560) นายสนิท พรหมวงษ์ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยถึงกรณีอุบัติเหตุรถบรรทุกคันหมายเลขทะเบียน 78-1005 กรุงเทพมหานคร รถกึ่งพ่วงคันหมายเลขทะเบียน 77-9097 กรุงเทพมหานคร ของผู้ประกอบการขนส่งบริษัท ดำรงศักดิ์ขนส่ง จำกัด ทำตู้คอนเทนเนอร์หล่นทับรถยนต์ส่วนบุคคล โดยพบว่าอุปกรณ์ล็อกตู้คอนเทนเนอร์ (twist-lock) ชำรุด เหตุเกิดบริเวณถนนนครอินทร์ ช่วงต่างระดับบางคูเวียงช่วงทางลง ถนนกาญจนาภิเษก ส่งผลให้รถยนต์ส่วนบุคคลได้รับความเสียหายทั้งคัน โดยมีนายวิเศษ นครชัย เป็นพนักงานขับรถ ได้รับใบอนุญาตขับรถทุกประเภทชนิดที่ 3 เลขที่ 411/2555 นั้น ล่าสุด กรมการขนส่งทางบกได้เรียกผู้ประกอบการขนส่งเข้ารับทราบข้อหาความผิด และสั่งถอนรถทั้ง 2 คัน คือ รถบรรทุกและรถกึ่งพ่วง ออกจากใบอนุญาตประกอบการขนส่งทันที พร้อมเปรียบเทียบปรับผู้ประกอบการขนส่งเป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น…

กรมการขนส่งทางบก จัดกิจกรรม “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย”

กรมการขนส่งทางบก มอบของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน จับมือกับภาคเอกชนกว่า 2,300 แห่งทั่วประเทศ จัดกิจกรรม “ตรวจรถ “ฟรี” ขับขี่ปลอดภัย” เชิญชวนประชาชนนำรถเข้าตรวจสภาพเบื้องต้นก่อนเดินทาง ฟรี!! ณ จุดที่มีป้ายประชาสัมพันธ์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 ถึง 15 มกราคม 2561 นายสนิท พรหมวงษ์  อธิบดีกรมการขนส่งทางบก เปิดเผยว่า กรมการขนส่งทางบก ได้ดำเนินโครงการรณรงค์ป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนน ด้วยการจัดกิจกรรมเพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาอย่างต่อเนื่องทุกช่วงเทศกาล สำหรับเทศกาลปีใหม่ปี 2561 นี้ จัดกิจกรรม“ตรวจรถ“ฟรี”ขับขี่ปลอดภัย”ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 - 15 มกราคม 2561 โดยให้บริการตรวจเช็กความพร้อมของรถเบื้องต้นก่อนการเดินทาง ฟรี ณ ศูนย์บริการตัวแทนจำหน่ายรถยนต์/รถจักรยานยนต์ ศูนย์บริการซ่อมบำรุงรักษารถ ศูนย์ซ่อมรถของบริษัทประกันภัย บริษัทติดตั้งแก๊ส NGV/LPG ในรถยนต์ บริษัทผลิตและศูนย์บริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิง สถานตรวจสภาพรถ…

บขส.เพิ่มรถ 9 พันเที่ยว รับ 1.9 แสนคนต่อวัน อำนวยความสะดวกประชาชนช่วงปีใหม่

บขส.ประชุมแผนเตรียมความพร้อมอำนวยความสะดวกประชาชนเดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 โดยเตรียมเพิ่มเที่ยวรถโดยสารวันละกว่า 9,000 เที่ยว รองรับผู้โดยสารสูงสุดวันละกว่า 1.9 แสนคน นายจิรศักดิ์ เยาว์วัชสกุล กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) กล่าวภายหลังการประชุมแผนเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ณ ห้องประชุม 1 ชั้น 4 อาคารสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) ว่าในเทศกาลปีใหม่ 2561 ที่จะถึงนี้ บขส.คาดการณ์ว่าจะมีผู้โดยสารทยอยเดินทางออกจากกรุงเทพมหานครไปยังจังหวัดต่างๆ ทั่วทุกภูมิภาค ตั้งแต่วันที่ 28- 30 ธันวาคม 2560 โดย บขส.ได้เพิ่มเที่ยววิ่งรถโดยสาร (รถ บขส., รถร่วม, รถตู้) รองรับประชาชนในเที่ยวไป จากปกติวันละ ประมาณ 6,200 เที่ยว เพิ่มขึ้นอีกวันละประมาณ 2,400 เที่ยว รวมกว่า…

ขนส่งทางบกขอความร่วมมือผู้ประกอบหลีกเลี่ยงการใช้รถบรรทุกช่วงปีใหม่

กรมการขนส่งทางบก ขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการขนส่ง หลีกเลี่ยงการใช้รถบรรทุกในการขนส่งสินค้า โดยเฉพาะการขนส่งวัตถุอันตรายในช่วงเทศกาลปีใหม่ ระหว่างวันที่ 28 ธันวาคม 2560 - 3 มกราคม 2561 สำหรับผู้ประกอบการขนส่งที่มีความจำเป็นต้องขนส่งสินค้าในช่วงดังกล่าว ต้องบริหารจัดการเดินรถโดยหลีกเลี่ยงเส้นทางและช่วงเวลาที่มีประชาชนใช้รถใช้ถนนเป็นจำนวนมาก เพื่อลดความคับคั่งของการจราจร และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุร้ายแรง และต้องจัดให้มีสิ่งป้องกันไม่ให้สินค้าที่บรรทุกตกหล่น กรณีที่เครื่องยนต์หรือเครื่องอุปกรณ์ส่วนควบของรถขัดข้องจนมีความจำเป็นต้องจอดรถบนทางเดินรถหรือไหล่ทางในเวลากลางคืน หรือในเวลาที่มีแสงสว่างไม่เพียงพอให้เปิดสัญญาณไฟกะพริบทั้งด้านหน้าและด้านท้ายรถ หรือแสดงเครื่องหมาย หรือสัญลักษณ์เตือนที่ผู้ใช้รถคันอื่นสามารถสังเกตเห็นได้จากระยะไกล พร้อม เข้มงวดตรวจสอบรถบรรทุก ให้ปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด หากพบรถที่มีการแก้ไขดัดแปลงตัวถังเพื่อให้สามารถบรรทุกได้มากกว่าปกติ มีโทษปรับขั้นสูงสุดไม่เกิน 5,000 บาท ฐานแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลง สภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ มาตรา 78 แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.2522 พบรถโดยสาร รถบรรทุก ไม่ปลอดภัย แจ้ง 1584 ตลอด 24 ชั่วโมง   ที่มา : https://www.facebook.com/fm91trafficpro/photos/a.172109969466208.46607.172059279471277/1866062280070960/?type=3&theater

ลุ้น พ.ร.บ. EEC ยิ่งช้า ! ไทยเสียโอกาส

ถูกตั้งคำถามและจับตามองตลอดถึง “พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” ที่รัฐบาลไทยยกขึ้นมา “การันตี” ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนว่า “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” หรือ EEC อภิมหาโปรเจ็กต์ระดับชาติจะเดินหน้าไปได้ แม้จะเปลี่ยนอีกกี่รัฐบาลก็ตาม โดยเฉพาะการเกิดโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างสนามบิน ท่าเรือ รถไฟ ซึ่งใช้กลไกการลงทุนจากนักลงทุนเข้ามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้ GDP โตปีละกว่า 5% ต่อยอดเงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเริ่มนับหนึ่งทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล เมื่อ “พ.ร.บ. EEC” คือ “หัวใจ” สำคัญ ที่กำหนดรายละเอียดขอบเขตการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องอำนาจการบริหาร สิทธิประโยชน์ ผังเมือง หลักเกณฑ์การลงทุน การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไฟฟ้า ภาคการเกษตร ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระบวนการดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นสาระสำคัญจะถูกบัญญัติไว้ในตัวกฎหมาย ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า กฎกติกาที่แน่ชัดจะเป็นอย่างไร จึงเป็นเหตุผลว่า นักลงทุนต้องร้องเพลงรอ “กฎหมายเพียงฉบับเดียว” แทบทุกเวทีการสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับ…