สื่อลาวเผย ทางรถไฟลาว-จีนคืบหน้าไวเกินคาด เผยมีสถานีใหญ่ขนถ่ายสินค้า 7 สะพาน 3 อุโมงค์

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม สำนักข่าวลาวโพสต์ ของสปป.ลาว เผยแพร่ข้อมูลโดยอ้างที่มาจากสำนักข่าวสารประเทศลาว โดยระบุว่า ท่านจันทะจอน แก้วละคอน หัวหน้าคณะประสานงานโครงการก่อสร้างทางรถไฟลาว-จีนประจำแขวงหลวงน้ำทา เปิดเผยว่าในช่วงปลายปี 2559 มีการวางศิลาฤกษ์โครงการดังกล่าวที่แขวงหลวงพระบาง โดยล่าสุดในขณะนี้มีความคืบหน้ารวดเร็วเกินคาด นักวิชาการและกรรมกร 2 ฝ่าย ราว 300 คน ได้ลงมือเจาะอุโมงค์เส้นทางรถไฟอย่างรวดเร็ว โครงการระยะที่ 1 นี้ เริ่มจากแขวงหลวงน้ำทา ไปยังแขวงหลวงน้ำทา มีความยาวกว่า 50 กม. ผ่านแขวงหลวงน้ำทา 16 กม. มี 2 สถานี แบ่งเป็นสถานีเล็ก และสถานีใหญ่สำหรับขนถ่ายสินค้า ประกอบด้วยสะพาน 7 แห่ง อุโมงค์ 3 แห่ง   ที่มา : http://www.matichon.co.th/news/498029

“โบอิ้ง”โชว์”หุ่นยนต์อัจฉริยะ”FAUB ประกอบเครื่องบินรุ่น777 คล่องแคล่วแทนมนุษย์

ยุคหุ่นยนต์มาแน่ไม่มีใครปฏิเสธ บ้านเราเองก็พยายามจะผลักดันนวัตกรรมการใช้หุ่นยนต์ในอุตสาหกรรม เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายไทยแลนด์ 4.0 วันนี้ ขอพาไปดูเทรนด์ล้ำสมัยสุดๆกับการพัฒนาหุ่นยนต์ร่วมประกอบเครื่องบิน ของค่ายโบอิ้ง ซึ่งเปิดเผยคลิป โชว์การทำงานของหุ่นยนต์อัจฉริยะ โดยหุ่นยนต์ตัวนี้ถูกให้ชื่อว่า FAUB และได้รับหน้าที่ที่ร่วมประกอบเครื่องบินแทนแรงงานมนุษย์ในหลายส่วน โดยคลิปที่โบอิ้งเผยแพร่ให้ชมกันนี้ เป็นการประกอบเครื่องบินโบอิ้งรุ่น 777 ซึ่งวิศวกรของโบอิ้่งบอกว่านี่ถือเป็นความตื่นเต้นหนึ่งในการเปลี่ยนแปลงสายการผลิตที่มีหุ่นยนต์อัจฉริยะ มาช่วยขั้นตอนที่เคยเป็นงานฝีมือของมนุษย์ และทำงานได้มากตำแหน่งขึ้น และรวดเร็วด้วย โดยเจ้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรม FAUB ถูกออกแบบให้มีความยืดหยุ่นสูงในการเคลื่อนไหว เพราะใช้การขับเคลื่อนเป็นล้อ ซึ่งทำให้มันสามารถทำงานร่วมกับทีมงานมนุษย์ได้ และบางพื้นที่สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้ทั้งหมด ในบริเวณพื้นที่ประจำจุด 6 ตำแหน่ง โดยมันถูกออกแบบให้ร่วมสายผลิตโบอิ้ง 777 และ ที่กำลังจะได้ทำงานคือ 777เอ็กซ์   ที่มา http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1488356881

ส่อง “ดานัง” เมืองท่าสำคัญ หมุดหมายใหม่ “เวียดนาม”

"เวียดนาม" เป็นหนึ่งในจุดหมายลำดับต้น ๆ ของอาเซียนที่นักธุรกิจเข้ามาลงทุนอย่างคึกคัก นอกจากกรุงฮานอยและนครโฮจิมินห์แล้ว เมืองท่าใน "เวียดนามกลางตอนใต้" อย่าง "นครดานัง" ก็กำลังได้รับความสนใจอยู่ไม่น้อย ขณะที่นักลงทุนต่างชาติเริ่มหันเหทิศทางการลงทุนโดยปักหมุดเข้ามาในภาคกลางของเวียดนามมากขึ้น ทว่าการลงทุนจากประเทศไทยยังมีสัดส่วนอยู่ค่อนข้างน้อย ก่อนหน้านี้ บริษัท PricewaterhouseCoopers (PwC) ได้เผยแพร่รายงานชื่อ "The World in 2050" ระบุความน่าสนใจการเติบโตทางเศรษฐกิจ ประเมินว่า "เวียดนาม อินเดีย และบังกลาเทศ" จะเป็นประเทศที่มีอัตราการเติบโตที่เร็วที่สุด โดยแต่ละประเทศจะเติบโตเฉลี่ย 5% ต่อปี และในปี 2050 โดยเวียดนามจะเลื่อนลำดับชั้นของขนาดเศรษฐกิจได้เร็วที่สุด คือจากอันดับที่ 32 ของเศรษฐกิจโลกปี 2016 เป็นอันดับที่ 29 ในปี 2030 และอันดับที่ 20 ในปี 2050 ขณะที่ประเทศไทยตกจากอันดับที่ 20 ในปี 2016 เป็นอันดับที่…

เขมรเทปลาประท้วงศุลกากรหน้าด่านโรงเกลือ!!

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา ได้เกิดเหตุประท้่วงและเทปลาจำนวนมาก ที่บริเวณกลางสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก-ปอยเปต อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว หลังจากเจ้าหน้าที่ศุลกากรอรัญประเทศ และด่านตรวจสัตว์น้ำ จ.สระแก้ว ได้เข้มงวดการนำเข้าปลาสดจากประเทศกัมพูชาของผู้ประกอบการ ที่จะนำปลาเข้ามาในประเทศไทย ต้องนำปลาทั้งหมดเสียภาษีเต็มจำนวนน้ำหนักจริง กิโลกรัมละ 12 บาท หลังจากพบว่า ผู้ประกอบการแจ้งน้ำหนักไม่ตรงกับจำนวนน้ำหนักจริง ทำให้ผู้ประกอบการไม่พอใจ นำรถเข็นปลาและคนงานกว่า 100 คน มาปิดสะพานและเทปลาดังกล่าว สร้างความเดือนร้อนให้ผู้ประกอบการรายอื่น และการจราจรติดขัดอย่างมาก โดยมีเจ้าหน้าที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 12 ร้อย.ทพ.1201 ส่งเจ้าหน้าที่เข้าร่วมสังเกตการณ์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ศุลกากรอรัญประเทศ และ ด่านตรวจสัตว์น้ำ จ.สระแก้ว ซึ่งพบว่า การออกมาประชาสัมพันธ์และเข้มงวดกับผู้ประกอบการครั้งนี้ เนื่องจากมีการจ่ายเก็บภาษีไม่ตรงกับน้ำหนักจริง เพราะผู้ประกอบการแจ้งน้ำหนักไม่ตรงกับจำนวนน้ำหนักจริงที่นำเข้า ซึ่งรถเข็นปลา 1 คัน มีน้ำหนักปลารวมประมารณ 160-170 กิโลกรัม แต่ผู้ประกอบการ แจ้งน้ำหนักเพื่อเสียภาษีแค่ 100…

โชว์หลักฐานรถเมล์สัญชาติจีน กรมศุลกากรซัดชัดๆยกเข้ามาทั้งคัน

ศุลกากรสวนกลับ โชว์ภาพรถเมล์เอ็นจีวี หลักฐานชัดนำเข้าจากจีนทั้งคัน ไม่มีการประกอบในมาเลเซีย จึงไม่มีสิทธิ์ยกเว้นภาษีแน่นอน ด้าน ขสมก.เตรียมส่งหนังสือบอกเลิกสัญญา 9 ก.พ.นี้ นายชัยยุทธ คำคุณ รองอธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยถึงกรณีบริษัท ซุปเปอร์ซาร่า จำกัด ในฐานะบริษัทลูกของบริษัท เบสท์รินกรุ๊ป ผู้นำเข้ารถโดยสารใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติ (เอ็นจีวี) จำนวน 489 คัน ได้ยื่นหนังสือถึงสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ให้ตรวจสอบการทำงานของกรมศุลกากร พร้อมทั้งกล่าวหากรมศุลกากรว่าปฏิบัติเกินหน้าที่ส่งให้ได้รับความเสียหาย จากกรณีที่ไม่มีการตรวจปล่อยรถเมล์เอ็นจีวี 99 คันและจะฟ้องร้ององค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) หากยกเลิกสัญญากับบริษัทนั้น ขอยืนยันว่าข้อกล่าวหาทั้งหมดไม่เป็นความจริง โดยขณะนี้กรมศุลกากรได้รวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้ารถเมล์เอ็นจีวีของเบสท์รินกรุ๊ปไว้ได้มากพอสมควรแล้ว ยืนยันได้ว่ารถที่นำเข้าประเทศไทยนั้น ผลิตและประกอบในประเทศจีน และได้แสดงหลักฐานภาพถ่ายรถเมล์เอ็นจีวี ที่ประกอบเรียบร้อยทั้งคันมาจากประเทศจีน มาลงที่ท่าเรือในประเทศมาเลเซีย เพื่อเตรียมจัดส่งให้ซุปเปอร์ซาร่า “หลักฐานสำคัญชิ้นนี้ระบุว่าเป็นการนำรถเข้ามาจากจีนทั้งคัน เนื่องจากรถอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและสามารถวิ่งขึ้น-ลงจากเรือสินค้าได้ จึงไม่น่าเชื่อว่าเป็นรถที่ประกอบที่ประเทศมาเลเซีย เพื่อขอรับสิทธิประโยชน์ไม่ต้องเสียภาษีนำเข้า 40% ภายใต้ข้อตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน (อาฟต้า) ส่วนเอกสารอื่นๆ ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ เนื่องจากจะมีผลกระทบต่อรูปคดีหากขบวนการฟ้องร้องถึงชั้นศาล” นอกจากนี้…

เตือนรัฐแล้วไม่ฟัง! ผู้ส่งออกจีนรวมหัวกดราคาซื้อมันเส้นไทย

จี้รัฐสกัด 5 เสือส่งออกจีนฮุบตลาดมันเส้น กดราคาชาวไร่สุดต่ำ เหลือ กก.ละ 1.50 บาท ผู้ส่งออกมันเส้นไทยโอดเจอกระทบ 3 เด้ง แข่งเดือนบริษัทจีน-ฝนตกเชื้อแป้งต่ำ-รัฐบี้เช็กสต๊อกส่งออกมันเส้น 1 ต่อ 1.5 ดันต้นทุนพุ่ง สืบเนื่องจากที่ "ประชาชาติธุรกิจ" ได้ลงข่าวเรื่อง "จับตา 5 เสือบริษัทจีน แห่ลงทุนตั้งบริษัทส่งออกมันเส้นในประเทศไทย ทั้งตั้งราคารับซื้อเอง ราคาส่งออก ส่งเข้าโรงงานหรือเทกองขายเบ็ดเสร็จ" เมื่อวันที่ 22 ม.ค. 2560 เกี่ยวกับสถานการณ์การค้ามันภายในประเทศว่า ตลาดมันเส้นแทบจะตกอยู่ในกำมือผู้ซื้อชาวจีน โดยในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา ปรากฏบริษัทผู้ส่งออกมันสำปะหลังไทยที่มีผู้ถือหุ้นถือสัญชาติจีนเข้ามาตั้งบริษัทนิติบุคคลในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยอาศัยช่องว่างทางกฎหมายมาตั้งบริษัท เช่าโกดังเป็นผู้ส่งออกเสียเอง โดยมีเป้าหมายต้องซื้อวัตถุดิบให้ได้ราคาต่ำที่สุด เพื่อส่งออกไปให้บริษัทแม่แข่งขันกับผู้ประกอบการไทยและได้แจ้งเตือนผู้เกี่ยวข้องในรัฐบาลไปแล้วตั้งแต่ปลายปี่ที่ผ่านมา แหล่งข่าวจากวงการค้ามันสำปะหลัง เปิดเผย "ประชาชาติธุรกิจ" ว่า ล่าสุดพบราคาส่งออกมันเส้นไปตลาดจีนมีความผิดปกติ เพราะปีนี้ระดับราคาแอลกอฮอล์ในประเทศจีนปรับตัวสูงขึ้นไปถึงตันละ 5,000 หยวน จากปีก่อนที่อยู่ประมาณตันละ 4,500…

สมาคมผู้ส่งออกข้าวชี้ส่งออกข้าวไทยปี′60 แข่งเดือด วางเป้าหมายไทยส่งออกได้ 9.5 ล้านตัน

ร.ต.ท.เจริญ เหล่าธรรมทัศน์ นายกสมาคมผู้ส่งออกข้าวไทย เปิดเผยว่า ตั้งเป้าหมายการส่งออกข้าวไทยในปี 2560 ไว้ที่ 9.5 ล้านตัน มูลค่าประมาณ 4,300 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยคาดว่าจะส่งออกข้าวขาวได้ 4.6 ล้านตัน ข้าวหอมมะลิ 2.4 ล้านตัน ข้าวนึ่ง 2 ล้านตัน ข้าวหอมปทุม 2 แสนตัน และข้าวเหนียว 3 แสนตัน แต่ไทยยังคงเป็นผู้ส่งออกเบอร์ 2 ของโลกรองจากอินเดีย ที่คาดว่าจะส่งออกได้ 10 ล้านตัน ส่วนในปี 2559 ที่ผ่านมา ไทยสามารถส่งออกข้าวได้ 9.88 ล้านตัน เพิ่มขึ้น 0.9% จากปีก่อน เป็นอันดับ 2 รองจากอินเดียที่ส่งออกได้ 10.43 ล้านตัน และส่งออกมีมูลค่า 4,401 ล้านเหรียญสหรัฐฯ…

“ลาว” ตั้งเป้า 2020 ศูนย์กลาง Logistics ทางบกอาเซียน

ไม่ติดทะเลก็ไม่ใช่ปัญหา “ลาว” ผลิกกระดานการค้า ชูนโยบาย “Land Locked” สู่ “Land Link” ภายใน 2020 “สปป.ลาว” ถูกเรียกว่า “Land Locked” หมายความว่า ลักษณะภูมิประเทศของสปป.ลาวไม่มีทางออกสู่ทะเล ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาคนั้นสามารถพัฒนาโลจิสติกส์ทางบกและทางทะเล ส่งผลให้ที่ผ่านมาประเทศลาวได้พยายามเน้นความสำคัญในการพัฒนาคมนาคมการขนส่งทางบก และกลายเป็นจุดแข็งที่น่าสนใจที่สุด รัฐบาลลาวพัฒนาจุดกระจายสินค้าทางบกครอบคลุมทั่วประเทศ และกลายเป็นยุทธศาสตร์ระยะยาวถึงปี 2020 ซึ่งเป็นการกำหนดยุทธศาสตร์พัฒนาประเทศจากนโยบาย “Land Locked” ให้เป็น “Land Link” ดึงจุดเด่นด้านการคมนาคมขนส่งทางบก นำไปสู่ประเทศแห่งศูนย์รวบรวมและกระจายสินค้าที่สำคัญของภูมิภาค กระทรวงโยธาธิการและขนส่ง ของสปป. ลาว ได้เริ่มจัดทำแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโลจิสติกส์การขนส่งของประเทศหลังจากที่ได้เข้าร่วมเป็นภาคีสนธิสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยท่าเรือบก (Dry Port) โดยมุ้งเน้นให้สปป.ลาว เป็นบริการสำหรับศูนย์กลางกระจายสินค้าของภูมิภาค (Transit Services or Logistics Hub) สำหรับพื้นที่นำร่องตามแผนยุทธศาสตร์ระยะยาวถึง 2020 มีด้วยกัน 9 จุด ประกอบด้วย…

กะเทาะเปลือก “ส่งออก” โตต่ำ ติดหล่มโครงสร้างเก่า-ตลาดโลกเปลี่ยน

ส่งออกไทยในฐานะหัวจักรตัวใหญ่สำหรับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยจะโตต่ำไปอีกนานเท่าไร เป็นคำถามใหญ่ที่ใคร ๆ ก็ถาม แต่คำตอบคืออะไรยังเป็นสิ่งที่คนในแวดวงเศรษฐกิจมหภาค คนทำการค้าระหว่างประเทศ รวมถึงข้าราชการในกระทรวงพาณิชย์และทีมเศรษฐกิจรัฐบาลก็ยังไม่มีใครให้คำตอบที่ชัดเจนได้ แต่ตัวเลขที่เห็นชัดคือมูลค่าส่งออกไทยเติบโตต่ำลงเรื่อยๆ ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมา จากช่วงปี 2544-2550 มีอัตราการเติบโตเฉลี่ยปีละ 14.9% ก็ค่อย ๆ ลดลงมาโตเฉลี่ยปีละ 7% ในช่วงปี 2550-2554 กระทั่ง 5 ปีหลังมานี้ (ปี 2554-2558) ขยายตัวเฉลี่ยเพียงปีละ 1.9% เท่านั้น ปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากตลาดการค้าโลกชะลอตัวเท่านั้น แต่กำลังบ่งชี้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ "กดทับ" การส่งออกไทยให้ "โตต่ำ" ต่อเนื่อง ด้วยเหตุนี้ "สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์" ภายใต้การสนับสนุนของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จึงได้นำเสนองานวิจัยในชุด "เศรษฐศาสตร์เข้าท่า ฉบับที่ 16 เรื่อง จุลทรรศน์ภาคส่งออกไทย : ส่งออกยุคผลัดใบ เลือดใหม่เร่งขับเคลื่อน" ต่อจาก…

ศูนย์ขนส่งเชียงของ ฮับโลจิสติกส์ซิตี้

โครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าเชียงของ เป็นหนึ่งในโครงการแอ็กชั่นแพลนปี 2560 ของกระทรวงคมนาคม หวังยกระดับมาตรฐานการขนส่งสินค้าขานรับการขยายตัวของเศรษฐกิจอาเซียนและจีน เป็นอีกหัวใจสำคัญในการแปลงโฉม จ.เชียงราย ให้เป็นโลจิสติกส์ซิตี้ของภูมิภาค พัฒนาให้เป็นประตูการค้าในแนวระเบียงเศรษฐกิจเหนือ-ใต้ ขณะที่เส้นทางดังกล่าวเชื่อมโยงการขนส่งจากภาคกลางเข้าสู่จีนตอนใต้ผ่านเส้นทาง R3A จากคุนหมิง (จีน)-บ่อหาน (จีน)-บ่อเต็น (ลาว)-ห้วยทราย (ลาว)-เชียงของ (เชียงราย) เชื่อมต่อเข้าสู่ภาคกลางด้วยระบบรถไฟทางคู่สายเด่นชัย-เชียงราย-เชียงของ เชื่อมต่อสายเด่นชัย-ปากน้ำโพ และรถไฟทางคู่เส้นทางปากน้ำโพ-ลพบุรี สำหรับโครงการศูนย์เปลี่ยนถ่ายการขนส่งสินค้าเชียงของมีพื้นที่ทั้งหมด 330 ไร่ แบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ระยะ และคาดว่ารูปแบบการลงทุนจะเป็นแบบร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (พีพีพี) ระยะเวลาสัมปทาน 30 ปี ซึ่งนักวิชาการโลจิสติกส์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เชื่อว่าโครงการดังกล่าวจะเพิ่มปริมาณการขนส่งสินค้าในพื้นที่ได้ถึง 140% ภายในระยะเวลา 20 ปี หรือเพิ่มเป็น 1.95 แสนทีอียู จากปัจจุบันอยู่ที่ 8.1 หมื่นทีอียู กมล บูรณพงศ์ รองอธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวถึงความคืบหน้าโครงการว่า ขณะนี้ได้ดำเนินการเวนคืนพื้นที่ครบแล้ว และได้รับอนุมัติงบประมาณค่าก่อสร้างระยะแรกแล้ว 1,406 ล้านบาท…