ลุย “ไฮสปีดโคราช” เต็มสูบ จีนรุก EEC บี้ไทยเชื่อม “หนองคาย-ลาว-คุนหมิง”

นับจากรัฐบาลทหารเข้ามาบริหารประเทศ พร้อมประกาศจะผลักดันการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง ประเดิมเส้นทางกรุงเทพฯ-นครราชสีมา ในพื้นที่ภาคอีสานเป็นสายแรก ระยะทาง 253 กม. ด้วยการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศจีน ร่วมกันแจ้งเกิดรถไฟหัวจรวดสายนี้ให้เป็นจริง โดยรัฐบาลไทยจะเป็นผู้ลงทุนโครงการทั้งหมดด้วยเม็ดเงิน 179,412 ล้านบาท ขณะที่รัฐบาลจีนจะช่วยออกแบบรายละเอียดและจัดหาระบบรถไฟความเร็วสูงให้ หลัง “ไทย-จีน” ประชุมร่วมกันมาแรมปี ถึงขณะนี้ไฮสปีดเทรนสายแรกของประเทศไทย กำลังเดินหน้าด้วยความละเมียดละไม จากไทม์ไลน์การก่อสร้างของโครงการ ที่แบ่งออกเป็น 14 ตอน หลังคิกออฟช่วงแรกจากสถานีกลางดง-ปางอโศก ระยะทาง 3.5 กม. โดยกระทรวงคมนาคมให้ “กรมทางหลวง” รับหน้าที่เนรมิตถมคันดินด้วยวงเงิน 425 ล้านบาท เปิดไซต์เมื่อเดือน มี.ค. 2561 ปัจจุบันผลงานคืบหน้ากว่า 7% มีกำหนดจะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค.นี้ ส่วนอีก 13 สัญญาที่เหลือ มีข้อสรุปจากที่ประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย-จีน ครั้งที่ 24 เมื่อวันที่ 1 มิ.ย.ที่ผ่านมา โดย “อาคม เติมพิทยาไพสิฐ”…

สนข.จัดทำแผนแม่บท Dry Port ดันฉะเชิงเทราศูนย์กลางกระจายสินค้า

นางวิไลรัตน์ ศิริโสภณศิลป์ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) เปิดเผยว่าสนข.ได้ดำเนินการจัดทำแผนแม่บทการพัฒนาท่าเรือบก (Dry Port) เพื่อผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์ของภูมิภาค โดยเฉพาะกลุ่มประเทศ CLMV (กัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม) รวมทั้งกำหนดแนวทางการพัฒนาและ กำหนดพื้นที่ที่มีความเหมาะสมในการพัฒนาท่าเรือบกต่อไป นอกจากนี้ยังอยู่ระหว่างศึกษาโครงการพัฒนาสถานีคอนเทนเนอร์ (ICD) จังหวัดฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นศูนย์รวมและกระจายสินค้านำเข้า-ส่งออกสินค้าไปยังท่าเรือในพื้นที่โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) โดยเฉพาะท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรีเพื่อลดปัญหาแออัดของท่าเรือแหลมฉบัง และส่งเสริมการขนส่งสินค้าทางรางมากขึ้น ด้านแหล่งข่าวจากสนข. เปิดเผยว่าพื้นที่ศักยภาพในการพัฒนา Dry Port แบ่งเป็น 3 ประเภทได้แก่ 1.Dry Port ระยะใกล้รัศมี ไม่เกิน 300 กม. 2.Dry Port ระยะกลางรัศมีไม่เกิน 500 กม. 3.Dry Port ตามแนวชายแดนส่งเสริมการกระจายและเปลี่ยนถ่ายสินค้า เบื้องต้นที่ปรึกษาโครงการมองว่า ควรเป็นพื้นที่สามารถเชื่อมต่อเส้นทางรถไฟเข้าถึงได้และอยู่ในรัศมีไม่เกิน 300 กิโลเมตร จากท่าเรือ…

จัดทัพโครงข่ายถนน 9.5 หมื่นล้าน ผุด”วงแหวน”รองรับพื้นที่เมืองใหม่”ตะวันออก”

กรมทางหลวงจัดทัพโครงข่ายถนน 62 โครงการ กว่า 9.5 หมื่นล้าน ตรึงนักลงทุน จุดพล EEC เมกะโปรเจ็กต์รัฐบาล คสช. เร่งสร้าง 48 สายทาง วงเงิน 4.8 หมื่นล้านเร็วขึ้นในปี”62 ผุดวงแหวนรอบเมือง เปิดพื้นที่ใหม่มาบตาพุด ฉะเชิงเทรา พนัสนิคม ลุยถนนเชื่อม 55 จังหวัดเมืองรอง นายธานินทร์ สมบูรณ์ อธิบดีกรมทางหลวง (ทล.) เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ขณะนี้กรมอยู่ระหว่างปรับแผนการลงทุนโครงการ จะบรรจุในงบประมาณปี 2562 ให้สอดรับกับนโยบายของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายเศรษฐกิจ ที่มอบให้กรมจัดสรรงบฯพัฒนาโครงการถนนรองรับการท่องเที่ยวในพื้นที่หัวเมืองรอง 55 จังหวัด และพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) เพื่อเป็นการเร่งรัดการลงทุนและกระตุ้นการเบิกจ่ายงบประมาณเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจโดยรวม เสริมโครงข่ายเชื่อมเมืองรอง “กรมจะต้องทำโครงข่ายถนนให้เชื่อมโยงกับแหล่งท่องเที่ยวในเมืองรองที่รถยนต์ยังเข้าถึงลำบาก รวมถึงเชื่อมกับถนนสายรองของกรมทางหลวงชนบท สถานีรถไฟ และสนามบิน ให้นักท่องเที่ยวใช้บริการเครื่องบิน เช่ารถขับไปสถานที่ท่องเที่ยวต่าง…

ลุ้น พ.ร.บ. EEC ยิ่งช้า ! ไทยเสียโอกาส

ถูกตั้งคำถามและจับตามองตลอดถึง “พ.ร.บ.ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” ที่รัฐบาลไทยยกขึ้นมา “การันตี” ให้ความมั่นใจกับนักลงทุนว่า “โครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก” หรือ EEC อภิมหาโปรเจ็กต์ระดับชาติจะเดินหน้าไปได้ แม้จะเปลี่ยนอีกกี่รัฐบาลก็ตาม โดยเฉพาะการเกิดโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างสนามบิน ท่าเรือ รถไฟ ซึ่งใช้กลไกการลงทุนจากนักลงทุนเข้ามาสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ ผลักดันให้ GDP โตปีละกว่า 5% ต่อยอดเงินลงทุนกว่า 1.5 ล้านล้านบาท ภายใน 5 ปีนั้น ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเริ่มนับหนึ่งทุกครั้งที่เปลี่ยนรัฐบาล เมื่อ “พ.ร.บ. EEC” คือ “หัวใจ” สำคัญ ที่กำหนดรายละเอียดขอบเขตการทำงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งเรื่องอำนาจการบริหาร สิทธิประโยชน์ ผังเมือง หลักเกณฑ์การลงทุน การบริหารจัดการระบบสาธารณูปโภค น้ำ ไฟฟ้า ภาคการเกษตร ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม รวมถึงกระบวนการดำเนินการต่าง ๆ ที่เป็นสาระสำคัญจะถูกบัญญัติไว้ในตัวกฎหมาย ไม่มีใครคาดเดาได้ว่า กฎกติกาที่แน่ชัดจะเป็นอย่างไร จึงเป็นเหตุผลว่า นักลงทุนต้องร้องเพลงรอ “กฎหมายเพียงฉบับเดียว” แทบทุกเวทีการสัมมนาที่เกี่ยวข้องกับ…

“สมคิด” เบียดเวียดนามถก “อาเบะ” แพงแต่ก็ต้องทำ รถไฟไฮสปีดอยุธยา-EEC

นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวภายหลังนำ 6 รัฐมนตรีเศรษฐกิจ เข้าพบหารือกับ นายชินโซ อาเบะ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ณ ทำเนียบรัฐบาล (Cabinet office) ในกรุงโตเกียว ว่าฝ่ายไทยได้ขอบคุณที่ญี่ปุ่นส่งพระราชสาส์นแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของ รัชกาลที่ 9 และมีพระราชสาส์นแสดงความยินดีต่อการขึ้นทรงราชย์ของรัชกาลที่ 10 พร้อมหารือถึงเรื่องแผนแม่บทการพัฒนา CLMVT ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้ความสำคัญ โดยขอให้ญี่ปุ่นมีบทบาทในการสนับสนุน นอกจากนี้ยังได้หารือในประเด็นการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานที่ Hi Quality Infrastructure ซึ่งก่อหน้าที่นายสมคิด จะได้เข้าพบหารือกับนายชินโซ อาเบะ นั้น ฝ่ายนายกรัฐมนตรีเวียดนามได้เจรจากับญี่ปุ่นเรื่องรถไฟสาย เวียดนาม-ลาว-ไทย-พม่า เชื่อมกับอินเดีย บังคลาเทศ นอกเหนือจากเส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ที่ญี่ปุ่นต้องการลงทุนอยู่แล้ว และต้องการให้พิจารณาเรื่องนี้อย่างจริงจัง "นายกรัฐมนตรี อาเบะ รับฟังเรื่องนี้อย่างตั้งใจ" นายสมคิดกล่าว และว่า ไทยจะเป็นศูนย์กลางการพัฒนากลุ่ม CLMVT โดยภาคอีสาน จะกลายเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคนี้ ซึ่งฝ่ายญี่ปุ่นให้การสนับสนุนอย่างดี ในการนี้มีการกล่าวถึงการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงสายใหม่ที่จะเป็นวาระสำคัญในการลงทุนของเขตระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(EEC)…